สคบ. เปิดเวทีหารือปัญหา Volvo EX30 หลังผู้ใช้จำนวนมากร้องเรียนเรื่องแบตเตอรี่และความเสี่ยงเกิดเพลิงไหม้

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นัดประชุมหารือร่วมกับผู้ใช้รถ ที่มีความกังวลในการใช้รถ หลังเกิดจากกรณีรถยนต์ไฟฟ้า Volvo EX30 ประสบปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่และความเสี่ยงเกิดเพลิงไหม้ ที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

ก่อนเริ่มการประชุม พบว่ามีผู้ใช้รถรุ่นดังกล่าวเดินทางมายัง สคบ. เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนผ่าน สคบ. มาแล้ว ทั้งในรูปแบบออนไลน์และเดินทางมายื่นเรื่องด้วยตนเอง ขณะเดียวกันมีผู้ร้องรายใหม่ที่ยังไม่เคยยื่นคำร้อง ทาง สคบ. ได้อำนวยความสะดวกในการรับเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติม

บรรยากาศในที่ประชุมในครั้งนี้มีตัวแทนบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) พร้อมกับผู้ร้อง ทาง สคบ. ประชุมหารือร่วมกันเพื่อหาทางออกร่วมกันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทุกฝ่าย โดยในที่ประชุมนอกจากที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ คณะจะช่วยตั้งคำถามแทนผู้บริโภคถึงแนวทางการแก้ไขและความไม่มั่นใจของผู้บริโภคกับการใช้รถแล้วยังเปิดโอกาสให้ทางตัวแทนบริษัทชี้แจง ซึ่งผู้ใช้รถได้สอบถามเช่นกัน โดยเฉพาะมาตรการสร้างความมั่นใจว่าจะปลอดภัยอย่างไรกับการใช้รถ ซึ่งแนวทางบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) การแก้ไขปัญหา คือการเปลี่ยนแบตเตอร์ในส่วนที่มีปัญหาจากการผลิต โดยนายถนอมศักดิ์ สันทนาประสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเริ่มรับรถคันแรกเข้าดำเนินการในวันที่ 23 พฤษภาคม และเริ่มเปลี่ยนแบตเตอรี่อย่างเป็นทางการวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 โดยมีจุดบริการรวม 15 แห่งทั่วประเทศ รองรับการเปลี่ยนได้ประมาณ 22 คันต่อวัน คาดว่าจะดำเนินการครบทั้งหมดภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569

ทั้งนี้ ลูกค้าต้องนำรถเข้าจอดล่วงหน้า 1 วัน ก่อนเข้ากระบวนการเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงต่อคัน พร้อมตรวจสภาพ ล้างรถ และชาร์จแบตเตอรี่ก่อนส่งมอบคืนลูกค้า  หลังเปลี่ยนแบตเตอรี่เสร็จ บริษัทจะตรวจสอบสภาพรถเพิ่มเติม ทำความสะอาด และชาร์จแบตเตอรี่ให้ลูกค้าในระดับประมาณ 90-100% ก่อนส่งมอบรถกลับคืนแก่ลูกค้าอีกครั้ง ทั้งนี้แบตเตอรี่ชุดที่นำมาเปลี่ยนมาจากประเทศจีน แต่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันจากประเทศเยอรมัน

ซึ่งแนวทางของ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังไม่ใช่คำตอบสำหรับผู้ใช้รถที่จะช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย โดยประเด็นหลักที่หลายคนยังไม่สบายใจ คือแนวทาง “เปลี่ยนเฉพาะโมดูลแบตเตอรี่ที่เสีย” แทนการเปลี่ยนทั้งชุด โดยผู้ใช้มองว่ายังมีความเสี่ยงในอนาคต หากโมดูลอื่นเกิดปัญหาภายหลัง รวมถึงกังวลเรื่องการรื้อประกอบแบตเตอรี่ใหม่ โดยเฉพาะสภาพอากาศและปัญหาน้ำท่วมขังในประเทศไทย ที่อาจส่งผลต่อซีลกันน้ำและความชื้นสะสมในระยะยาว

นอกจากนี้ตัวแทนผู้ใช้เผยว่า ผลโหวตในกลุ่มผู้ใช้ ส่วนใหญ่ต้องการ “ให้บริษัทซื้อรถคืน” เพราะหมดความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของตัวรถ ขณะที่อีกส่วนเสนอให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทั้งชุด พร้อมขยายการรับประกันแบบ Lifetime Warranty หรือเปลี่ยนเป็นรถรุ่นอื่นแทน รวมถึง ผู้ใช้รถยังสะท้อนความรู้สึก “น้อยใจ” หลังเกิดกระแสหวาดกลัวรถรุ่นดังกล่าว จนบางคอนโดหรือสถานที่เริ่มกังวลเรื่องการนำรถเข้าไปจอด ทั้งที่ผู้ใช้ยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

ด้านที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือกรณีปัญหาผู้ใช้รถ Volvo EX30 ว่า รัฐบาลและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้บริโภคไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการให้บริการของผู้ประกอบการ

สำหรับกรณีปัญหารถ Volvo EX30 ที่เกิดข้อกังวลด้านความปลอดภัยและส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานนั้น บริษัทได้ชี้แจงแนวทางแก้ไขต่อที่ประชุม โดยเสนอแนวทางเปลี่ยนแบตเตอรี่ ทั้งในลักษณะเปลี่ยนทั้งหมดหรือเปลี่ยนบางส่วน อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ใช้รถที่เข้าร่วมประชุมยังไม่พึงพอใจกับคำชี้แจงดังกล่าว เนื่องจากยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย และมองว่าการเปลี่ยนบางส่วนยังคงมีความเสี่ยงจากอุปกรณ์เดิมที่อาจเกิดปัญหาได้อีก

นายประเดิมชัย ระบุว่า ขณะนี้กลุ่มผู้ใช้รถ Volvo EX30 ได้รวมตัวกันเพื่อติดตามความคืบหน้า และจะนำข้อคิดเห็นจากสมาชิกทั้งหมดมาประมวลร่วมกับข้อมูลจากบริษัท เพื่อประกอบการพิจารณาของ สคบ.

ทั้งนี้ ในส่วนของมาตรการทางแพ่ง คณะอนุกรรมการของ สคบ. มีมติเห็นควรให้ดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย รวมถึงคืนรถและเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน ยังได้เสนอให้ สคบ. พิจารณาประเด็นทางอาญาเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องการโฆษณาที่อาจมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค หลังพบว่าผู้เสียหายมีการอ้างอิงเอกสารประชาสัมพันธ์จากบริษัทแม่ของ Volvo เพื่อสร้างความเชื่อมั่นก่อนตัดสินใจซื้อรถ

นายประเดิมชัย มองว่า หากเข้าข่ายความผิดด้านโฆษณา อาจนำไปสู่การดำเนินคดีอาญาที่มีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ พร้อมยืนยันว่า คณะทำงานที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีจะเดินหน้าดูแลผู้บริโภคอย่างเต็มที่ในทุกมิติ

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำกับบริษัท Volvo ว่า ประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงเรื่องเทคนิคการซ่อมแซม หรือเปลี่ยนชิ้นส่วน แต่คือ “ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน” ของผู้บริโภค โดยต้องการให้บริษัทแสดงความรับผิดชอบมากกว่าการเปลี่ยนอะไหล่ เช่น การรับประกันที่ครอบคลุมและมาตรการเยียวยาที่สร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้งานได้จริง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง