นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีและกล่าวเปิดงานแสดงสินค้าอาหาร 2569 (THAIFEX – ANUGA ASIA 2026) ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพ็ค ฟอรั่ม อาคาร 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงานซึ่งมาจากทั่วโลก พร้อมระบุว่า THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 เป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมอาหารโลก
ในปัจจุบัน “อาหาร” ไม่ใช่แค่สินค้าอุปโภคบริโภค แต่เป็นทั้งความมั่นคง เสถียรภาพและประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญของโลก งานนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงรัฐบาล ภาคธุรกิจ นักวิจัย เกษตรกรและผู้ประกอบการจากทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างความร่วมมือ และกำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารร่วมกัน
นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมอาหารที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมาอย่างยาวนานในฐานะ “ครัวของโลก” และปัจจุบันไทยกำลังก้าวไปสู่การเป็น “ศูนย์กลางอาหารแห่งอนาคตของโลก” ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความยั่งยืน สุขภาพและความเชื่อมั่นด้านคุณภาพอาหาร โดยจุดแข็งของไทยมีทั้งทรัพยากรทางการเกษตรและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงระบบการผลิตอาหารที่เข้มแข็ง มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และความสามารถในการเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม
พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังเดินหน้าส่งเสริมการเกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพ อาหารฟังก์ชัน โปรตีนทางเลือก การผลิตที่ยั่งยืน การใช้พลังงานสะอาด และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลตลอดห่วงโซ่อุปทานอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจ BCG ที่มุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับการดูแลโลกและประชาชน
นายกรัฐมนตรี กล่าวเน้นย้ำว่า ประเทศไทยพร้อมทำหน้าที่เป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือด้านความมั่นคงทางอาหารของทั้งภูมิภาคและประชาคมโลก โดยงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ในปีนี้ถือเป็นการจัดงานครั้งใหญ่ที่สุด ครอบคลุมพื้นที่จัดแสดง 12 ฮอลล์ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 3,600 บริษัทจากทั่วโลก และหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ Hall 4 ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต สะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารโลก
การเติบโตอย่างต่อเนื่องของงานดังกล่าว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจทั่วโลกที่มีต่อประเทศไทยและอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารเอเชีย โดยในปี 2568 ไทยมีมูลค่าการส่งออกอาหารมากกว่า 38,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะหนึ่งในผู้ส่งออกอาหารรายสำคัญของโลก และผู้มีส่วนสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารของโลก ทั้งนี้ ประเทศไทยยังมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน เครือข่ายธุรกิจ และการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อก้าวสู่ศูนย์กลางการค้าและธุรกิจระดับนานาชาติ
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนไทยมีความผูกพันกับอาหารในฐานะส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม วิถีชีวิตและการต้อนรับที่อบอุ่น ความใส่ใจในคุณภาพ รสชาติ ความคิดสร้างสรรค์ และประสบการณ์ที่มอบให้แก่ผู้บริโภค คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้อาหารไทยได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคและคู่ค้าทั่วโลก พร้อมขอบคุณกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หอการค้าไทย และบริษัท โคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse) ที่ร่วมกันจัดงานครั้งนี้ให้เกิดขึ้น และแสดงความเชื่อมั่นว่าการพบปะหารือภายในงานจะนำไปสู่ความร่วมมือ แนวคิดใหม่และแนวทางแก้ไขเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมอาหารโลกต่อไป








