“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผลตอบรับดี “คลัง” เตรียมเปิดใช้ AI “นกกระซิบ” ช่วยร้านค้าจัดการต้นทุน เพิ่มยอดขาย 1 มิ.ย. นี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเปิดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ว่า รัฐบาลได้จัดสรรสิทธิให้ประชาชนรวมทั้งสิ้น 30 ล้านสิทธิ โดยเพียงวันแรกของการเปิดลงทะเบียนเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 มีประชาชนลงทะเบียนแล้วถึง 25 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับอย่างล้นหลามต่อมาตรการที่รัฐบาลตั้งใจผลักดัน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศและช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานของโลก ซึ่งรัฐบาลมีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด และเชื่อมั่นว่าโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” จะเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการจับจ่ายใช้สอย ลดต้นทุนการดำรงชีพ และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ โดยครั้งนี้รัฐบาลได้ขยายระยะเวลาเป็น 4 เดือน วงเงินเดือนละ 1,000 บาท เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้อย่างต่อเนื่อง ขอความร่วมมือประชาชนให้ใช้สิทธิในทุกเดือน เนื่องจากไม่สามารถสะสมสิทธิข้ามเดือนได้ เพราะรัฐบาลจำเป็นต้องบริหารการใช้จ่ายงบประมาณ
ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมย้ำว่า โครงการนี้ไม่ใช่ “การแจกเงิน” แต่เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชน ภายใต้วงเงินงบประมาณกว่า 200,000 ล้านบาท ที่จะหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ

จากการได้รับเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการร้านค้าจำนวนมากว่า หากมีโอกาสอยากให้รัฐบาลดำเนินโครงการนี้ต่อไป เพราะยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน บางรายเพิ่มขึ้นถึง 5 – 10 เท่า ซึ่งหมายถึงการก้าวข้ามจุดคุ้มทุน และกลายเป็นรายได้ที่ช่วยประคับประคองชีวิตและธุรกิจของร้านค้าได้จริง พร้อมระบุว่า โครงการ“ไทยช่วยไทย พลัส” คือการที่คนไทยช่วยเหลือกัน ประชาชนร่วมจ่าย 40% ขณะที่ภาครัฐสนับสนุนอีก 60% เม็ดเงินที่หมุนเวียนจากการซื้อขายจะส่งต่อจากผู้บริโภคไปยังผู้ค้า และหมุนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น พร้อมยอมรับว่าเฝ้ารอการเริ่มต้นโครงการในช่วงต้นเดือนมิถุนายนด้วยความคาดหวังที่จะเห็นเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอบคุณคนไทยที่ให้การตอบรับกับโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส สำหรับผู้ประกอบการร้านค้ามีผู้ที่ใช้สิทธิเดิมอยู่ประมาณ 9.7 – 9.8 ล้านร้านค้า ซึ่งโครงการนี้เป็นการช่วยประคองสภาพคล่องแก่ร้านค้ารายย่อย จึงขอเชิญชวนร้านค้าที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน โดยเฉพาะร้านค้ารายย่อย ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 จะมี AI ชื่อว่า “นกกระซิบ” ช่วยร้านค้าบริหารต้นทุน ค้นหาข้อมูล ลดต้นทุน และทำบัญชีอย่างง่าย เพื่อให้ร้านค้าต่าง ๆ ขายของได้มากขึ้น ซึ่งร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” และ ใช้ AI สามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นถึง 100 – 200%

ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เชื่อมั่นว่า เป้าหมาย 30 ล้านสิทธิ เพียงพอกับประชาชน เนื่องจากประชากรไทยที่มีอายุเกิน 18 ปี มีประมาณ 53 ล้านคน จากการให้สิทธิ 30 ล้านคน เมื่อรวมกับผู้ที่อยู่ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก 13.18 ล้านคน จะครอบคลุมคนถึง 43 ล้านคน ส่วนอีก 10 ล้านคนที่เหลือ มักเป็นกลุ่มที่ไม่เข้าร่วมโครงการรัฐอยู่แล้ว ประกอบกับสถิติโครงการลักษณะนี้ในอดีตมียอดสูงสุดที่ 28 ล้านคน ส่วนร้านค้าเดิมที่เคยอยู่ในโครงการรอบที่แล้ว จะต้องเข้ามากดยืนยันเข้าร่วมโครงการอีกครั้งก่อน ซึ่งขณะนี้ยืนยันแล้ว 400,000 ร้านค้า และยังเหลืออีกกว่า 500,000 ร้านค้า สำหรับการลงทะเบียนของประชาชนได้ลงทะเบียนรับสิทธิแล้ว 25,411,934 สิทธิ ยังคงเหลือสิทธิ 4,588,066 สิทธิ เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00 – 22.00 น. หรือจนกว่าสิทธิจะครบจำนวน 30 ล้านสิทธิ

ส่วนการใช้จ่ายตามโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ในอัตรา 60% ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ส่วนประชาชน ร่วมจ่าย 40% หรือต้องเติมเงินเพิ่ม 133 บาทต่อวัน ประมาณ 667 บาทต่อเดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงกันยายน 2569 (4 เดือน) มีเงื่อนไขต้องใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้หมดภายในเดือนนั้น ๆ ไม่สามารถสะสมไปในเดือนถัดไปได้ โดยผู้เข้าร่วมโครงการผ่านร้านค้า ชำระเงินผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น. หรือสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี ตามแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการ และชำระเงินผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 21.00 น.

ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สั่งการให้ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center: AFNC) ติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการแอบอ้างของมิจฉาชีพอย่างเข้มข้น แจ้งเตือนประชาชนในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ขอให้ประชาชน ยึด “หลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2. ไม่เชื่อ 3. ไม่รีบ และ 4. ไม่โอน” โดยประชาชนสามารถลงทะเบียนร่วมโครงการได้ที่แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น ส่วนผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” สามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ด้านผู้ประกอบการใหม่ที่สนใจเข้าร่วมต้องสมัครผ่าน ธ.กรุงไทย ทุกสาขาเท่านั้น ทั้งนี้หน่วยงานรัฐจะไม่มีการส่ง SMS หรือลิงก์ เพื่อให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแต่อย่างใด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง