การรับประทานพืช ผักที่ปนเปื้อนโลหะหนักต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดการสะสมก่อผลกระทบต่อสุขภาพร้ายแรงในภายหลัง

นายแพทย์เอนก มุ่งอ้อมกลาง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีข่าวที่มีการตรวจพบการปนเปื้อนโลหะหนักในสิ่งแวดล้อม ทั้งดิน น้ำ  ปลาและพืชผัก ว่า ตามหลักการพิษวิทยา สารพิษจะก่อพิษต่อร่างกายตามปริมาณที่ได้รับ โดยหากรับน้อยร่างกายจะสามารถขับออกทางปัสสาวะได้ แต่หากรับต่อเนื่องจะใช้เวลานานมากขึ้นในการขับถ่าย และเกิดการสะสมในร่างกาย จนเกิดอาการพิษโลหะหนักได้และก่อผลกระทบต่อสุขภาพในภายหลัง เช่น กรณีการรับประทานข้าวปนเปื้อนแคดเมียม อาจนำไปสู่ภาวะไตเสื่อม หรือกรณีดื่มน้ำปนเปื้อนสารหนู อาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง จึงแนะนำประชาชนไม่ควรบริโภคพืชผักที่ปนเปื้อนโลหะหนักและควรเลือกซื้อพืชผักจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและมีมาตรฐานรองรับ กรณีสงสัยว่าจะได้รับโลหะหนักมากเกินไปให้พบแพทย์ ประเมินอาการและตรวจหาโลหะหนักในร่างกาย

นอกจากนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบ ค่ามาตรฐานการปนเปื้อนที่ปลอดภัยได้จาก ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 414) พ.ศ. 2563 และสำหรับเกษตรกรที่ปลูกผักในพื้นที่เสี่ยง ควรตรวจสอบข้อมูลการปนเปื้อนโลหะหนักในดินจากกรมพัฒนาที่ดินว่าสามารถปลูกพืชผักได้หรือไม่ และไม่นำน้ำที่มีการปนเปื้อนมาใช้รดพืชผัก สำหรับพืชผักที่ปลูกในพื้นที่่เสี่ยง ควรปรึกษาเกษตรอำเภอในพื้นที่ และหากพบโลหะหนักปนเปื้อนในพืชผักเกินค่ามาตรฐาน ควรทิ้งแบบขยะอันตราย ไม่ควรนำไปเลี้ยงสัตว์หรือทำปุ๋ยเพื่อป้องกันการปนเปื้อนซ้ำ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง