สธ. ร่วมแพทยสภาและ สสส. ประกาศแนวทางวินิจฉัยและรักษาโรค EVALI ครั้งแรกของไทย หลังพบเยาวชนเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่อายุ 10 ปี

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เครือข่ายวิชาชีพแพทย์ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ แพทยสภา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย และสมาคมอุรเวชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศ “แนวทางปฏิบัติการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วย EVALI ระดับประเทศ” เป็นครั้งแรกของไทย เพื่อยกระดับการเฝ้าระวังและรักษาโรคปอดอักเสบรุนแรงเฉียบพลันจากบุหรี่ไฟฟ้า

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้ากลายเป็นภัยคุกคามสุขภาพที่พุ่งเป้าไปยังเยาวชน ผ่านภาพลักษณ์ทันสมัย แต่ส่งผลให้เกิดโรคปอดอักเสบรุนแรงเฉียบพลัน หรือ EVALI โดยปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าเกือบ 1 ล้านคน และพบสัดส่วนผู้ป่วย EVALI ประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยปอดอักเสบทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การรายงานโรคยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากระบบรายงานและกระบวนการวินิจฉัยยังไม่ชัดเจน รวมทั้งยังไม่ใช่โรคที่ต้องรายงานตามกฎหมาย หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยล่าช้า อาจมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 10

กระทรวงสาธารณสุขจึงประกาศนโยบายและขอความร่วมมือไปยังสถานพยาบาลทุกระดับ ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้เร่งคัดกรอง วินิจฉัย และรายงานผู้ป่วย EVALI เข้าสู่ระบบเฝ้าระวังโรคของกรมควบคุมโรค เพื่อสร้างฐานข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับกำหนดนโยบายปกป้องสุขภาพประชาชนจากบุหรี่ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 7 พบว่า เด็กและเยาวชนอายุ 10-14 ปี เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ 7.1 และมีร้อยละ 1.6 ที่สูบเป็นประจำ ขณะที่วัยรุ่นอายุ 15-29 ปี มีแนวโน้มสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.6 เป็นร้อยละ 8.4 ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิงที่มีอัตราการสูบเพิ่มขึ้นถึง 3.1 เท่า

นอกจากนี้ ยังพบว่าเด็กอายุ 6-14 ปี ร้อยละ 57.6 แม้ไม่ได้สูบบุหรี่เอง แต่ได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่มือสอง ส่วนใหญ่มาจากบ้าน ตลาดสด ตลาดนัด และสถานศึกษา สะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหาที่ลุกลามถึงระดับครอบครัวและชุมชน

ปัจจุบันประเทศไทยพบผู้ป่วย EVALI อย่างไม่เป็นทางการแล้ว 17 ราย ใน 9 จังหวัด และกว่าครึ่งเป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 15 ปี สสส. จึงเร่งประสานทุกหน่วยงานนำแนวทางวินิจฉัยและรักษาไปใช้ควบคู่กับการรายงานผู้ป่วยเข้าสู่ระบบ พร้อมพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเตือนภัยบุหรี่ไฟฟ้าในรูปแบบ Interactive Microsite เพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่เด็กและเยาวชนอายุ 4-18 ปี และป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อบุหรี่ไฟฟ้าในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง