นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการนำชื่อบิดาและมารดาไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี ซึ่งอาจส่งผลต่อการพิจารณาสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามเกณฑ์ใหม่ ว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบและคัดกรองผู้ที่สมควรได้รับสิทธิอย่างแท้จริง
ที่ผ่านมามีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับผู้ถือบัตรบางรายที่ไม่ได้อยู่ในภาวะเดือดร้อนทางเศรษฐกิจตามวัตถุประสงค์ของโครงการ กระทรวงการคลังจึงได้ทบทวนกระบวนการทำงานและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ อย่างละเอียด โดยนำรูปแบบการประเมินหลายด้านมาปรับใช้ เพื่อคัดแยกกลุ่มผู้ที่ไม่ได้อยู่ในภาวะยากลำบากออกจากระบบสวัสดิการ
ทั้งนี้ ยืนยันว่า เป้าหมายสำคัญของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือการส่งมอบความช่วยเหลือไปยังประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด เพื่อให้การใช้งบประมาณภาครัฐเกิดประสิทธิภาพและตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม จำนวน 13.18 ล้านราย จะสามารถเริ่มยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน ถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย และสาขาของธนาคารของรัฐทั้ง 5 แห่ง
ธนาคารที่เปิดให้บริการยืนยันตัวตน ประกอบด้วย ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการยืนยันสิทธิได้ทั่วประเทศ








