นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า สมาคมฯ ได้เสนอแนวทางสำคัญในการพัฒนาการอาชีวศึกษาเอกชน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการและยกระดับคุณภาพการผลิตกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
ข้อเสนอสำคัญประกอบด้วย การปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัยและสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การผลักดันระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ให้ครอบคลุมผู้เรียนในภาคเอกชน การเปิดหลักสูตรระยะสั้นที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงการฟื้นฟูมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้บริจาคเพื่อการศึกษาในอัตราลดหย่อน 2 เท่า ซึ่งปัจจุบันได้สิ้นสุดลงแล้ว
ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการอยู่ระหว่างจัดทำข้อเสนอเพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา โดยมุ่งหวังให้เกิดการสนับสนุนภาคการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษามากขึ้น
นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังเสนอให้โอนย้ายการกำกับดูแลวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนกลับไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จากปัจจุบันที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยเห็นว่าจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการและตอบสนองต่อการพัฒนาการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายประเสริฐ กล่าวว่า จะนำข้อกฎหมายและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องมาพิจารณาอย่างรอบคอบ หากไม่พบข้อจำกัดทางกฎหมายและเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการศึกษา ก็พร้อมสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวต่อไป
ทั้งนี้ ข้อเสนอทั้งหมดเป็นมติร่วมจากสมาชิกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยฯ กว่า 400 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพอาชีวศึกษาเอกชน เพิ่มศักยภาพการแข่งขันในการผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ลดความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ในการพัฒนาการศึกษาของประเทศอย่างยั่งยืน








