สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ พศ ๐๐๐๗/๔๕๘๘ ลงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ และด่วนที่สุด ที่ พศ ๐๐๐๗/ว ๓๓๔ ลงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ แจ้งว่า ตามประกาศสำนักพระราชวัง ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้ว นั้น
ตั้งแต่วันที่ ๒๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนถึงวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ เวลา ๑๙ นาฬิกา ๔๘ นาที สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ ๔๗
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวัง จัดการพระศพถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงขออนุญาตเสนอเป็นเรื่องเวียนเพื่อขอความเห็นชอบ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ทำหนังสือเวียนกรรมการมหาเถรสมาคมเป็นรายรูปแล้ว ทุกรูปเห็นชอบและมีมติให้คณะสงฆ์และวัดทุกวัดทั่วราชอาณาจักร และวัดไทยในต่างประเทศ ดำเนินการจัดโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐานพระรูป พร้อมตั้งเครื่องสักการะ ประกอบด้วย เครื่องทองน้อย ๑ สำรับ หรือกระถางธูป ปักธูปหาง ๓ ดอก เชิงเทียน ๑ คู่ ก็ได้ ตามบริบทที่วัดสามารถจัดหาได้ พร้อมพุ่มดอกไม้และแจกันดอกไม้ตามความเหมาะสม ณ พระอุโบสถหรืออุโบสถ หรือสถานที่บำเพ็ญกุศล ซึ่งสมพระเกียรติภายในวัด และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถวายบังคม
นอกจากนี้ ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระพุทธมนต์ หรือสวดพระอภิธรรมอุทิศถวายพระกุศล ตามเวลาที่เหมาะสมของแต่ละวัดและชุมชน ประจำทุกวันเป็นเวลา ๑๕ วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็นต้นไป
ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน อุทิศถวายพระกุศลเมื่อสิ้นพระชนม์ครบสัตตมวาร (๗ วัน) ปัณรสมวาร (๑๕ วัน) ปัญญาสมวาร (๕๐ วัน) และสตมวาร (๑๐๐ วัน)
อนุโลมวันกำหนดการ ตามหมายกำหนดการวันแรก ของพระราชพิธีแต่ละวาระ ด้วยการบำเพ็ญกุศลต่างๆ ตามบริบทที่เหมาะสมของแต่ละวัดและชุมชน เช่น การทำบุญตักบาตร การแสดงพระธรรมเทศนา การสวดพระพุทธมนต์ และถวายภัตตาหารเช้าหรือเพล การสวดพระพุทธมนต์และถวายวัตถุปัจจัยสังฆทานในเวลาบ่ายหรือเย็น การสวดมาติกา-สดับปกรณ์พระรูป เป็นต้น
ทั้งนี้ การใช้พัดยศในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน อุทิศถวายพระกุศลข้างต้น ให้อนุโลมการปฏิบัติตาม มติมหาเถรสมาคม ที่ ๙๒๘/๒๕๖๗ ข้อ ๒.๑ โดยให้การจัดพิธีในส่วนกลาง เฉพาะที่ส่วนราชการระดับกรม หรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็นเจ้าภาพจัด และในส่วนภูมิภาค เฉพาะตั้งแต่ระดับอำเภอขึ้นไปเป็นเจ้าภาพจัด ให้ใช้พัดยศ และให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่งกายเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์
ให้สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรม ถวายพระกุศลเป็นกรณีพิเศษเมื่อสิ้นพระชนม์ครบสัตตมวาร (๗ วัน) ปัณรสมวาร (๑๕ วัน) ปัญญาสมวาร (๕๐ วัน) และสตมวาร (๑๐๐ วัน)
ให้คณะสงฆ์เจริญจิตตภาวนาเพื่ออุทิศถวายพระกุศล ภายหลังทำวัตรสวดมนต์เย็น เป็นประจำทุกวัน จนถึงการบำเพ็ญกุศลสตมวาร
การจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาอุทิศ ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ตามมติมหาเถรสมาคม ที่ ๓๗/๒๕๖๙ ให้เพิ่มเติมวัตถุประสงค์การจัดพิธีดังกล่าว เป็น “พิธีสวดพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาอุทิศถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และอุทิศถวายพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” พร้อมทั้งประดิษฐานพระรูปตามแนวทาง ข้อ ๑ ในพิธีด้วย
เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมบำเพ็ญกุศล ด้วยการสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา รักษาศีลฟังธรรมและปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศถวายพระกุศล








