ท่ามกลางสายหมอกที่โอบล้อมผืนป่าภูกระดึง และกาลเวลาที่เคลื่อนผ่านมากว่าสามทศวรรษ “สนสามพันปี” ต้นไม้ทรงปลูกของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังคงยืนหยัดเติบโตอย่างงดงาม เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งพระเมตตา ความมุ่งมั่นและพระปณิธานในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติของไทย
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2537 พระองค์ได้เสด็จฯ ทรงปลูกต้นสนสามพันปี ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรป่าไม้และระบบนิเวศอันล้ำค่าของประเทศ
จากต้นกล้าเล็กๆ ในวันนั้น วันนี้ได้เติบใหญ่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาแก่ผืนดิน เปรียบดังพระกรุณาธิคุณที่ยังคงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์ทั่วประเทศ ต้นไม้ต้นนี้มิได้เป็นเพียงพรรณไม้ที่หยั่งรากอยู่บนผืนแผ่นดินภูกระดึงเท่านั้น หากยังเป็น “รอยจารึกแห่งความทรงจำ” ที่บอกเล่าเรื่องราวแห่งพระวิริยะอุตสาหะและพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยความห่วงใยต่อทรัพยากรธรรมชาติของชาติไทย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์แก่เยาวชนและประชาชนอย่างต่อเนื่อง พระราชกรณียกิจเหล่านี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการสืบสานภารกิจการดูแลผืนป่าและความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศอย่างยั่งยืน
ในวันนี้ เมื่อเราได้ย้อนมองต้นสนสามพันปีต้นนี้อีกครั้ง จึงมิใช่เพียงการมองเห็นต้นไม้ที่เติบโตขึ้นตามกาลเวลา หากแต่เป็นการรำลึกถึงพระเมตตาคุณและพระปณิธานอันแน่วแน่ของพระองค์ ที่ยังคงผลิดอกออกผลอยู่ในรูปของผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ แหล่งต้นน้ำที่ได้รับการปกป้อง และความตระหนักรู้ในการอนุรักษ์ธรรมชาติที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
“ต้นไม้ทุกต้นย่อมเติบโตจากการดูแลเอาใจใส่ เช่นเดียวกับผืนป่าที่จะคงอยู่ได้ด้วยความร่วมมือของทุกคน”
ร่มเงาแห่งพระบารมีจากต้นไม้ทรงปลูกของพระองค์ภาฯ จึงยังคงแผ่ปกคลุมอยู่เหนือผืนป่าไทย เป็นแรงบันดาลใจให้พสกนิกรร่วมกันสืบสาน รักษาและต่อยอดคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อส่งมอบความอุดมสมบูรณ์ให้แก่คนรุ่นหลังสืบไป








