สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ณ วันที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีจำนวน 45,136 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 56% ของความจุเก็บกักทั้งหมด ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การคงเหลืออยู่ที่ 21,028 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 37%

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำรายภาค พบว่า ภาคตะวันตกมีปริมาณน้ำมากที่สุด 18,214 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 64% รองลงมาคือ ภาคใต้ 4,612 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 60% ภาคเหนือ 15,073 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 55% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5,557 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 46% ภาคตะวันออก 1,099 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 35% และภาคกลาง 581 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 29%
ส่วนสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา พบว่า เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 7,613 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 57% เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำ 5,064 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 53% เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนมีปริมาณน้ำ 225 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 24% และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 153 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 16% ของความจุเก็บกัก
สทนช. ยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ และเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน








