รัฐบาลเดินหน้า “ปฐมบทใหม่ทับลาน” เร่งพิสูจน์สิทธิประชาชนดั้งเดิมกว่า 5,200 ครัวเรือน ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เดินหน้าขับเคลื่อนแนวทาง “ปฐมบทใหม่ทับลาน” เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างชุมชนดั้งเดิมกับพื้นที่อนุรักษ์ที่สะสมมานานหลายทศวรรษ

การดำเนินงานดังกล่าวยึดหลัก “กฎหมาย ข้อเท็จจริง ข้อมูลเชิงประจักษ์ ความโปร่งใส และตรวจสอบได้” สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ที่กำหนดให้ใช้ระบบ One Map เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดระเบียบแนวเขตที่ดินของรัฐ เพื่อลดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนและสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับสิทธิการอยู่อาศัยและทำกินของประชาชน

ในระยะแรก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งดำเนินการใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การปรับปรุงแนวเขตพื้นที่โดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ถูกต้อง การพิสูจน์สิทธิของประชาชนดั้งเดิม และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกป่าและกลุ่มนายทุนอย่างเด็ดขาด

สำหรับการพิสูจน์สิทธิ จะเร่งตรวจสอบสิทธิของประชาชนดั้งเดิมประมาณ 5,200 ครัวเรือน ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศและข้อมูลทางวิชาการประกอบการพิจารณา เพื่อรับรองสิทธิให้กับผู้ที่อยู่อาศัยและทำกินมาก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่มีการนิรโทษกรรมผู้บุกรุกพื้นที่ป่า รวมถึงกลุ่มรีสอร์ต โรงแรม และผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีหลายร้อยคดี โดยทุกคดียังคงดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ การจัดระเบียบพื้นที่ตามแนวเขตปี 2543 ซึ่งมีพื้นที่รวมประมาณ 260,000 ไร่ จะดำเนินการบนพื้นฐานของความเป็นธรรมและข้อเท็จจริง โดยพื้นที่ประมาณ 155,000 ไร่ จะส่งมอบให้หน่วยงานและชุมชนที่มีสิทธิเดิมตามกฎหมาย ส่วนพื้นที่อีกประมาณ 109,000 ไร่ จะยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวด และไม่มีการรับรองสิทธิให้แก่ผู้บุกรุกพื้นที่ป่า

นอกจากนี้ ภาครัฐยังเตรียมนำพื้นที่ป่าสมบูรณ์จากความรับผิดชอบของกรมป่าไม้กลับมาเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานเพิ่มเติมอีกประมาณ 89,000 ไร่ เพื่อใช้เป็นแนวกันชนและเสริมความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในระยะยาว

การแก้ไขปัญหาทับลานครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกระหว่างประชาชนกับผืนป่า แต่เป็นการจัดระเบียบพื้นที่บนพื้นฐานของกฎหมายและข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับความเป็นธรรม ขณะเดียวกันยังสามารถรักษาทรัพยากรธรรมชาติและผืนป่าของประเทศไว้ได้อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง