นายนฤชา โฆษณาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นประธานแถลงผลปฏิบัติการ “กวาดล้างทะเบียน G เทา” ณ ห้องประชุมชั้น 2 ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย โดยมีพลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พันตำรวจตรี เกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการคดีพิเศษ นายสุภาพ ศิริ ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ร่วมแถลงการ



ปฏิบัติการดังกล่าว กรมการปกครอง ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงาน ป.ป.ท. และจังหวัดเชียงราย ปราบปรามขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าวสวมตัวเด็กนักเรียนอักษร G เพื่อจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จับกุมอดีตปลัดอำเภอ สมาชิก อส. และผู้สวมรายการ รวม 8 ราย พร้อมตรวจค้น 6 จุด ยึดเอกสารและพยานหลักฐานสำคัญจำนวนมาก
สืบเนื่องจากการตั้งด่านตรวจความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ตรวจพบชายต่างด้าวลักลอบเดินทางเข้าประเทศพร้อมเงินสดจำนวน 140,000 บาท โดยอ้างว่าเตรียมนำมาใช้ในการดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ทำให้เกิดเกิดซักทอดเกิดการสืบสวนขยายผลร่วมกันระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมการปกครอง
ผลการตรวจสอบพบพฤติการณ์ทุจริตร้ายแรง มีการนำบุคคลต่างด้าวมาสวมสิทธิในทะเบียนนักเรียนอักษร G และใช้รหัสนักเรียนซ้ำเพื่อจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและบัตรประจำตัวเลข 0 โดยมิชอบ รวมจำนวน 19 ราย อีกทั้งยังพบผู้เกี่ยวข้องบางรายถือหนังสือเดินทางต่างประเทศ ได้แก่ จีน เมียนมา และเวียดนาม
การสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ เป็นผู้ดำเนินการหลัก ร่วมกับสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอเวียงแก่น 2 ราย และเครือข่ายผู้สวมรายการ โดยเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติทะเบียนราษฎร พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ภายใต้การอำนวยการของ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ชุดปฏิบัติการร่วมดังนี้
1. กรมการปกครอง นำโดย นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง และหัวหน้าคณะทำงาน DOPA N.I.C.E.
2. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร.
3. กรมสอบสวนคดีพิเศษ นำโดย พ.ต.ต.เกรียงไกร สืบสัมพันธิ์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการ คดีพิเศษภาค
4. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นำโดย นายสุภาพ ศิริ ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 1
5. ฝ่ายปกครองจังหวัดเชียงราย นำโดย นายสุพจน์ แสนมี ปลัดจังหวัดเชียงราย
ได้นำหมายจับ 27 หมาย เข้าดำเนินการจับกุมผู้ต้องหา ประกอบด้วย อดีตปลัดอำเภอ 1 ราย สมาชิก อส. 2 ราย และผู้สวมรายการ 5 ราย พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย เมื่อเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 6 จุด พบเอกสารเกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน เอกสารคำขอลงรายการสัญชาติไทย หนังสือรับรองการเกิด อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ กล้องวงจรปิด และเอกสารทะเบียนนักเรียนอักษร G จำนวน 491 รายการ ซึ่งจะถูกนำไปใช้ประกอบการดำเนินคดีและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม จังหวัดเชียงรายจะดำเนินการยกเลิก เพิกถอน และจำหน่ายรายการที่ทุจริตทางทะเบียนทั้งหมด พร้อมทั้งลงโทษทางวินัยขั้นเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่เกี่ยวข้อง และส่งเรื่องให้สำนักงาน ปปง. ดำเนินคดีฐานความผิดมูลฐานต่อไป
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า การปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและการสวมสิทธิบุคคล เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากระบบทะเบียนราษฎรเป็นฐานข้อมูลหลักของประเทศที่เชื่อมโยงกับสิทธิขั้นพื้นฐาน การรักษาความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของชาติ หากปล่อยให้มีการแสวงหาประโยชน์หรือปลอมแปลงสถานะบุคคล ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของระบบราชการและอาจถูกนำไปใช้เป็นช่องทางก่ออาชญากรรมข้ามชาติหรือกิจกรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศได้ และได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการกำลังและข้อมูลในการคลี่คลายคดีครั้งนี้ ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ท. จังหวัดเชียงราย และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่าย ที่มุ่งมั่นในการปกป้องความมั่นคงทางทะเบียนและรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
โดยย้ำว่า “หลังจากนี้คณะทำงาน DOPA N.I.C.E. จะเดินหน้าอุดช่องว่างทางกฎหมาย นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยตรวจจับความผิดปกติของระบบทะเบียน และพัฒนาองค์ความรู้ให้นายทะเบียนทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้มีผู้ใดฉวยโอกาสจากงานทะเบียนมาทำร้ายประชาชนและกระทบต่อความมั่นคงของประเทศได้อีก”
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวทิ้งท้ายว่า “เราจะไม่ยอมให้เกิดการกระทำความผิดในทุกมิติ ในทุกตารางนิ้วบนผืนแผ่นดินไทย กรมการปกครอง จะไม่ปกป้องคนผิด กรมทำเพื่อประชาชน และเราไม่ยอมให้ใครมาฉวยโอกาสจากงานทะเบียนมาทำร้ายประชาชนของเราแม้แต่รายเดียว”








