นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุขของประชาชน โดยส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนในหน่วยงานภาครัฐ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
โดยกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ร่วมลงนามสัญญาให้บริการจัดการพลังงานไฟฟ้าจากระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยเริ่มนำร่องในโรงพยาบาลจำนวน 25 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า และสนับสนุนนโยบาย “โรงพยาบาลสีเขียว” (Green Hospital)
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 กระทรวงสาธารณสุขจึงเดินหน้านโยบาย Net Zero MOPH ยกระดับสถานพยาบาลในสังกัดให้เป็นองค์กรด้านสุขภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยคาร์บอน และบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีภารกิจให้บริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระดับสูง โดยในปีที่ผ่านมาโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีค่าไฟฟ้ารวมกว่า 5,610 ล้านบาท การติดตั้งระบบ Solar Rooftop จึงเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานให้กับสถานพยาบาล
โครงการนำร่องในโรงพยาบาล 25 แห่ง คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมได้ถึง 7,211 ตันคาร์บอนต่อปี หรือเฉลี่ย 288 ตันคาร์บอนต่อปีต่อแห่ง พร้อมช่วยประหยัดค่าไฟฟ้ารวมกว่า 55 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยแห่งละ 2.2 ล้านบาทต่อปี ซึ่งงบประมาณที่ประหยัดได้จะถูกนำกลับไปใช้ในการพัฒนาระบบบริการทางการแพทย์และการดูแลประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า โรงพยาบาลเป็นหน่วยงานที่ต้องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ความมั่นคงด้านพลังงานจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง กระทรวงมหาดไทยจึงมอบหมายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมพลังงานเข้ามาบริหารจัดการระบบ Solar Rooftop แบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การติดตั้ง ไปจนถึงการบำรุงรักษา เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ความปลอดภัย และประสิทธิภาพสูงสุด
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า “การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในหน่วยงานภาครัฐต้องไม่เป็นภาระทางการเงิน แต่ต้องสร้างความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ เพิ่มงบประมาณสำหรับการรักษาพยาบาล และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน”
รัฐบาลจะเดินหน้าขยายผลโครงการดังกล่าวให้ครอบคลุมโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการใช้พลังงานสะอาดในภาคสาธารณสุข ลดต้นทุนภาครัฐ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน และร่วมผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและ Net Zero ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป








