ครม. เห็นชอบเสนอ “อุทยานธรณีอุบลราชธานี” ขึ้นทะเบียนอุทยานธรณีโลกยูเนสโก ชูจุดเด่นสามพันโบก ซากดึกดำบรรพ์ และวัฒนธรรมท้องถิ่น

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอ “อุทยานธรณีอุบลราชธานี” เข้ารับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO Global Geoparks) ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ เพื่อยกระดับแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมของประเทศไทยสู่การยอมรับในระดับสากล

ปัจจุบัน อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกมีจำนวน 229 แห่ง ใน 50 ประเทศ ขณะที่ประเทศไทยได้รับการรับรองแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ อุทยานธรณีโลกสตูล และอุทยานธรณีโลกโคราช ส่วนอุทยานธรณีขอนแก่นอยู่ระหว่างการพิจารณาของยูเนสโก

สำหรับอุทยานธรณีอุบลราชธานี ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอโขงเจียม และอำเภอสิรินธร รวมพื้นที่ประมาณ 1,829 ตารางกิโลเมตร มีจุดเด่นทางธรณีวิทยาระดับนานาชาติ โดยเฉพาะ “สามพันโบก” แก่งหินธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำโขง รวมถึงหน้าผาสูงชัน เสาหินเฉลียง และภูมิประเทศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์สำคัญในหมวดหินโคกกรวด มีการค้นพบซากไดโนเสาร์ สัตว์เลื้อยคลานบินได้ จระเข้โบราณ และสัตว์มีกระดูกสันหลังยุคครีเทเชียสจำนวนมาก สะท้อนถึงความหลากหลายทางชีวภาพในอดีตของประเทศไทย

อุทยานธรณีอุบลราชธานียังมีคุณค่าด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนริมแม่น้ำโขง อาทิ ประเพณีตักปลาปากบ้อง ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ อุทยานธรณีอุบลราชธานีได้รับการประกาศเป็นอุทยานธรณีระดับท้องถิ่นตั้งแต่ปี 2554 และได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีประเทศไทยเมื่อปี 2566 โดยมีระบบบริหารจัดการที่ชัดเจนและได้รับการสนับสนุนจากชุมชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ประเทศไทยมีกำหนดแสดงความจำนงต่อยูเนสโกภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และยื่นเอกสารสมัครอย่างเป็นทางการในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม – 30 พฤศจิกายน 2569 ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและตรวจประเมินพื้นที่โดยผู้เชี่ยวชาญของยูเนสโก

รัฐบาลเชื่อว่าการได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกจะช่วยเพิ่มการรับรู้ของนานาชาติต่อทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมของไทย ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักวิชาการจากทั่วโลก สร้างรายได้แก่ชุมชนท้องถิ่น และส่งเสริมการอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง