“สีหศักดิ์”หารือรัฐมนตรีต่างประเทศ คาซัคสถาน ลงนามแผน Roadmap 2027-2028  ดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทย

วันนี้ (25 มิ.ย.69)  เวลา 09.30น. ตามเวลาท้องถิ่นประเทศคาซัคสถาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าพบนายเยียร์เมค โคเชียร์บาเยฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐคาซัคสถาน ตามคำเชิญเพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างไทยกับสาธารณรัฐคาซัคสถาน หลังการหารือเสร็จสิ้น นายสีหศักดิ์และนายเยียร์เมค ร่วมกันลงนามในแผนปฏิบัติการสำหรับปี 2027 และ 2028 เพื่อเป็น โรดแมป (Roadmap) ในการดำเนินงานจริงเพื่อกระชับความร่วมมือในด้านสำคัญต่างๆ

นายสีหศักดิ์ ย้ำบทบาทที่แข็งแกร่งของทั้งสองประเทศในเวทีโลกและระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชียกลางและระดับพหุภาคี ความร่วมมือผ่านกรอบการทำงานต่างๆ เช่น CICA, BRICS และ Asia Cooperation Dialogue (ACD)

และไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปี 2028 โดยหวังที่จะเห็นคาซัคสถานเข้ามาเป็นพันธมิตรของอาเซียนมากขึ้น และไทยเองก็มีความสนใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม C5+1 (หรืออาจขยายเป็น C6/C7) ในระดับภูมิภาคด้วย

ส่วนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้า ทั้งสองประเทศต้องการตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน โดยต้องการเพิ่มมูลค่าการค้าให้ถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 5 ปีข้างหน้า (จากปัจจุบันที่กำลังเติบโตอยู่ที่ 11%)

ด้านความมั่นคง ประเทศไทยต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ให้แก่คาซัคสถาน ในขณะที่คาซัคสถานสามารถช่วยสนับสนุนด้านความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) ให้แก่ไทยได้

พร้อมกับเน้นการพัฒนาในด้านการโรงแรมและการบริการ (Hospitality) รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) ซึ่งเป็นสาขาที่ทั้งสองประเทศสามารถทำงานร่วมกันได้

นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ไทยต้องการใช้คาซัคสถานเป็นประตูสู่เอเชียกลาง และเริ่มการเจรจากับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union – EAEU) โดยขอให้คาซัคสถานช่วยสนับสนุนในเรื่องนี้ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวจากคาซัคสถานเดินทางมาไทยเกือบ 200,000 คน และมีความต้องการที่จะเพิ่มจำนวนนี้ให้มากขึ้นและเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว จำเป็นต้องเพิ่มการเชื่อมต่อ ทั้งการเพิ่มเที่ยวบิน สายการบิน และการเชื่อมโยงด้าน โลจิสติกส์ระหว่างกัน

นายเยียร์เมค กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประตูสำคัญสู่ตลาดอาเซียน (ASEAN) ในขณะเดียวกัน ไทยก็สามารถใช้คาซัคสถานเป็นช่องทางเข้าสู่ตลาดเอเชียกลางและสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียได้เช่นกัน

พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนให้นักลงทุนไทยเข้ามาลงทุน ในอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออกและการแข่งขันในคาซัคสถาน นอกจากนี้ยังมีการหารือเรื่อง การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) เนื่องจากไทยมีความโดดเด่นในด้านระบบสาธารณสุข ซึ่งทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญร่วมกันได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง