นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวัชระพล ขาวขำ) เปิดเผยถึงการลงพื้นที่สำนักงานองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจสอบการแก้ปัญหานมหมดอายุค้างสต็อกกว่า 2.4 ล้านหีบ หรือกว่า 94 ล้านกล่องของ อ.ส.ค. ที่เป็นยอดสะสมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 – พฤษภาคม 2569 ซึ่งขณะนี้ อ.ส.ค. เตรียมเปิดประมูลในราคาที่ต่ำกว่าทุน เริ่มต้นที่ 5 ล้านบาท เพื่อระบายสินค้าค้างสต็อกและบรรเทาปัญหาขาดสภาพคล่องการขาดทุนสะสม
นายธีระชัย กล่าวว่า คณะทำงานในการตรวจสอบการบริหารกิจการโคนม ที่ได้รับมอบหมายได้เรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลกระบวนการดำเนินงานของ อ.ส.ค. ว่าเป็นไปอย่างโปร่งใสหรือไม่ เนื่องจากการดำเนินการครั้งนี้ ยังมีข้องสงสัยในรายละเอียดเพราะไม่เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจ ที่ตามปกติแล้วต้องมีการรายงานต่อคณะกรรมการ อ.ส.ค. และจะต้องมีการเปิดให้ประมูลราคาตามกระบวนการอย่างเปิดเผย รวมถึงยังได้เรียกตรวจสอบเอกสารโครงการต่างๆ ที่ อ.ส.ค.ดำเนินการอยู่ ทั้งรายรับ รายจ่าย งบประมาณที่ได้รับการจัดสรร เพื่อจัดทำแผนระยะยาวในการแก้ปัญหาสภาพคล่องของ อ.ส.ค. ที่ปัจจุบันยังขาดทุนสะสมมากกว่า 3 พันล้านบาท
นางสาววัชรี วรรณศรี ผู้อำนวยการ อ.ส.ค. ชี้แจงว่า การบริหารจัดการนมกล่องหมดอายุในสต๊อกหากเป็นการซื้อ-ขายทั่วไป ไม่ต้องรายงานในบอร์ด อ.ส.ค. แต่หากจะนำไปทำลายต้องมีการรายงานให้ทราบตามกระบวนการ ส่วนกรณีนมหมดอายุ 94 ล้านกล่อง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเปิดประมูลและมีภาคเอกชนสนใจเข้าร่วมมากพอสมควร คาดการณ์ว่า จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ พร้อมระบุถึงสาเหตุที่มีสต๊อกนมหมดอายุจำนวนมาก เนื่องจาก อ.ส.ค. ต้องแบกรับน้ำนมดิบส่วนเกินมาอย่างต่อเนื่อง แต่การแก้ปัญหาเบื้องต้น ได้ส่งหนังสือไปยังกระทรวงเกษตรฯ ให้พิจารณา ไม่ให้ อ.ส.ค. รับซื้อน้ำนมเกิน MOUเพราะจะยิ่งทำให้ขาดทุนสะสม ทั้งนี้สำหรับนมล็อตที่ผลิตในช่วงเดือนตุลาคม 2568 และกำลังจะหมดอายุในช่วงเดือนกันยายน 2569 มีอยู่ประมาณ 1 ล้านหีบ หรือประมาณ 36 ล้านกล่อง อ.ส.ค. จะมีแผนเร่งระบายเฟสแรกช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ประมาณ 400,000 หีบ








