ภาพจำขององค์หญิงผู้ทรงงานเพื่อพสกนิกรและผืนป่า ยังคงแจ่มชัดและสร้างความอบอุ่นในหัวใจคนไทยเสมอ…
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ ๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้เสด็จไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน เพื่อทรงติดตามการเตรียมพื้นที่แปลงปลูกหญ้าสำหรับเป็นแหล่งอาหารให้แก่ “ช้างป่า”
ภาพที่สร้างความปลื้มปีติแก่ผู้ตามเสด็จและราษฎรในวันนั้น คือภาพที่พระองค์ทรงไม่ถือพระองค์แม้แต่น้อย ทรงประทับบนพื้นดิน และลงมือเก็บ “เหง้าสาบเสือและเหง้าหญ้าคา” ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง ร่วมกับเหล่าจิตอาสาพระราชทานและเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ
บรรยากาศกลางป่าใหญ่ในวันนั้นไม่ได้มีเพียงความเหน็ดเหนื่อยจากการพลิกฟื้นผืนดิน แต่กลับอบอวลไปด้วยรอยแย้มพระสรวลและความสุข เมื่อพระองค์โปรดให้มีการ “แข่งขันเก็บวัชพืช” สร้างความสนุกสนาน เป็นกันเองและเติมกำลังใจให้ทุกคนที่มาร่วมงานอย่างเปี่ยมล้น
ไม่เพียงเท่านั้น พระองค์ยังทรงแสดงถึงพระอารมณ์ขันและพระปรีชาญาณอันลึกซึ้ง ด้วยการพระราชทานนามทุ่งหญ้าแห่งนี้ว่า “ทุ่งสิทธิสาท”
ทรงมีรับสั่งอย่างอารมณ์ดีว่า พื้นที่บริเวณนี้แต่ก่อนมีต้น “สาบเสือ” ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากจนปลูกหญ้าไม่ขึ้น คำว่า สาบเสือ มี “ส.เสือ ๒ ตัว” จึงทรงนำมาผูกคล้องจองกับคำว่า “สิทธิสาท” ซึ่งเป็นนามสกุลของ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี และรองประธานกรรมการโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ผู้ร่วมถวายงานนั่นเอง
จากผืนดินที่เคยเต็มไปด้วยวัชพืช กลายมาเป็นทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์… ทุกหยาดพระเสโทที่หลั่งริน คือสัญลักษณ์แห่งความรักและความห่วงใยที่ทรงมีต่อวิถีชีวิตของช้างป่าและระบบนิเวศของไทย
เรื่องเล่าเล็กๆ กลางป่าใหญ่เรื่องนี้ จะยังคงงดงามและตราตรึงอยู่ในหัวใจของพวกเราตลอดไป








