ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2560 ในขณะที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ (เมื่อครั้งยังดำรงพระอิสริยยศ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา) ทรงดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ จังหวัดระยอง พระองค์ได้เสด็จไปร่วมโครงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ณ อำเภอเขาชะเมา
ในวันนั้นมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเข้ามาขอพระราชทานคำปรึกษาและขอความช่วยเหลือ ด้วยความทุกข์ใจจากปัญหา “ช้างป่า” ออกหากินนอกพื้นที่และทำลายพืชผลทางการเกษตร
ใครจะคิดว่า… เสียงร้องทุกข์ของประชาชนในวันนั้น จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการที่พลิกฟื้นความสมดุลระหว่าง “คน” กับ “ช้าง” ในเวลาต่อมา
คำถามที่นำไปสู่ทางออก หลังจากวันนั้น พระองค์ทรงเรียกประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายน 2560 ขณะทรงเป็นประธานการประชุมเพื่อหาทางออกให้คนและช้างอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล พระองค์ได้มีรับสั่งถามประโยคสำคัญว่า… “มีที่ไหนบ้าง ที่พอจะเป็นตัวอย่างการแก้ไขปัญหาช้างป่าที่ได้ผล?”ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติในขณะนั้น ได้กราบทูลนำเสนอ “อุทยานแห่งชาติกุยบุรี” พระองค์จึงไม่รอช้า ทรงกำหนดวันเสด็จลงพื้นที่จริงในทันที
ประทับไม้กระดานท้ายกระบะ เพื่อทอดพระเนตรความจริง ภาพจำที่สร้างความปลาบปลื้มใจที่สุดให้กับเจ้าหน้าที่ในวันที่ 29 มกราคม 2561 คือภาพที่พระองค์เสด็จเข้าไปยังพื้นที่ชมช้างป่า แทนที่จะประทับนั่งภายในรถยนต์ตามที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ถวาย… พระองค์กลับทรงเลือกประทับบน “ไม้กระดานหลังท้ายรถกระบะ” เพื่อให้ทอดพระเนตรเห็นพื้นที่จริงและปัญหาจริงได้อย่างชัดเจนที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น วันนั้นพระองค์ยังทรงสวมฉลองพระองค์เป็น “เสื้อช้างป่ากุยบุรี” ซึ่งสะท้อนถึงความเรียบง่ายและเป็นกันเองอย่างที่สุด
ในวันถัดมา พระองค์ยังได้เสด็จไปยังอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ทอดพระเนตรการจัดการแหล่งอาหารช้างป่าตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงลงมือทำโป่งเทียมด้วยพระองค์เอง พร้อมรับสั่งอย่างอารมณ์ดีกับข้าราชบริพารว่า “ครั้งต่อไป เราจะวิ่งขึ้นพะเนินทุ่ง”
จากต้นแบบที่กุยบุรีและแก่งกระจาน พระองค์ทรงนำความรู้และการทดลองต่างๆ กลับมาทรงงานหนักเพื่อแก้ปัญหาช้างป่าในภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่อง จนตกผลึกเกิดเป็น “โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์” ในปี พ.ศ. 2562
เรื่องราวทั้งหมดนี้ จึงเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ คือภาพสะท้อนอันงดงามของการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” พระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และตอบสนองพระปฐมบรมราชโองการของในหลวงรัชกาลที่ 10 อย่างแท้จริง จากรอยยิ้มของชาวบ้านในวันนั้น สู่ความสมดุลของผืนป่าในวันนี้…








