กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานอิทธิพลพายุ “ไมสัก” ส่งผลให้หลายพื้นที่ภาคตะวันออกเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม และวาตภัย แม้หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการแจ้งเตือนประชาชนใน 55 จังหวัด ให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม ระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2569 จากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “ไมสัก” แม้พายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ส่งผลให้หลายพื้นที่มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง

ล่าสุด ปภ. ได้รับรายงานสถานการณ์สาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด และชลบุรี

จังหวัดจันทบุรี เกิดน้ำท่วมขังบนถนนสุขุมวิท บริเวณหน้าวัดมังกรบุปผาราม ถนนสายมะขาม-ขลุง และถนนภายในชุมชนบริเวณวัดทองทั่ว เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งป้ายเตือนและเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ น้ำยังเอ่อล้นเข้าท่วมสวนผลไม้ในพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมแม่น้ำในหลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองจันทบุรี อำเภอเขาคิชฌกูฏ อำเภอมะขาม อำเภอท่าใหม่ และอำเภอขลุง โดยคาดว่าหากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

จังหวัดระยอง เกิดวาตภัยในพื้นที่บ้านวังหว้า หมู่ที่ 1 ตำบลวังหว้า ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 5 หลังคาเรือน ขณะที่ถนนสายวังตาผิน-ห้วยปราบ มีน้ำท่วมผิวจราจรสูงประมาณ 15 เซนติเมตร เป็นระยะทาง 300 เมตร บ้านเรือนและร้านค้าได้รับความเสียหายอีก 5 หลังคาเรือน โดยหน่วยงานในพื้นที่ได้เข้าช่วยเหลือและอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย

จังหวัดตราด ฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอบ่อไร่ ส่งผลให้น้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในตำบลด่านชุมพล ตำบลช้างทูน ตำบลหนองบอน และตำบลบ่อพลอย รวม 16 หลังคาเรือน พร้อมทั้งเกิดวาตภัยทำให้ต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนเสียหาย 7 หลังคาเรือน สำนักงาน ปภ. จังหวัดตราด ได้สนับสนุนเรือไฟเบอร์จำนวน 31 ลำ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว

จังหวัดชลบุรี พื้นที่ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา เกิดฝนตกหนักจนกำแพงสถานประกอบการพัง ส่งผลให้กองวัสดุโฟมถูกกระแสน้ำพัดเข้าบ้านเรือนประชาชน หน่วยงานในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อปพร. และอาสาสมัคร ได้เข้าช่วยเหลือและสำรวจความเสียหาย โดยขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้กำชับให้จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการความช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน พื้นที่การเกษตร พื้นที่เศรษฐกิจ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และเส้นทางคมนาคม เพื่อบรรเทาผลกระทบจากฝนตกหนักและอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง