นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายรายงานประจำปีของสภาองค์กรของผู้บริโภค ชื่นชมการทำงานของสภาผู้บริโภคที่เป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิประชาชน พร้อมยกมาตรการ “เปิดก่อนจ่าย ไม่ตรงปก ไม่ต้องจ่าย” ว่าเป็นความสำเร็จที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น ในการซื้อขายออนไลน์และเยียวยาผู้บริโภคได้อย่างเป็นรูปธรรม
นางรัดเกล้า ระบุว่า รายงานยังมีช่องว่างสำคัญในการรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ จากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามชาติ ซึ่งปัจจุบันสินค้าจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่ประเทศไทยทุกวัน ขณะที่หลายแพลตฟอร์มไม่มีสำนักงานหรือผู้รับผิดชอบในประเทศไทย ทำให้เมื่อเกิดปัญหา ผู้บริโภคไทยแทบไม่สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบได้
จากรายงานของสภาผู้บริโภคสะท้อนว่า ปัจจุบันกว่า 80% ของปัญหาผู้บริโภคเกี่ยวข้องกับภัยออนไลน์ และมีคดีหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ถึง 296,042 คดี คิดเป็นร้อยละ 44 ของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด แต่เนื้อหาในรายงานยังให้น้ำหนักกับการแก้ปัญหาการฉ้อโกงและสินค้าไม่ตรงปก มากกว่าการป้องกันความเสี่ยงจากสินค้าที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค
พร้อมยกตัวอย่างกระแสความนิยมของ “สควิชชี่” (Squishy) ของเล่นนุ่มนิ่มที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่เด็กและเยาวชน โดยระบุว่าแม้ภายนอกจะดูไม่มีอันตราย แต่เนื้อโฟมที่มีรูพรุนสามารถสะสมฝุ่นและเชื้อโรคได้ง่าย และยังมีรายงานจากหลายประเทศที่ตรวจพบสารเคมีอันตรายในของเล่นบางรายการ เช่น สารพาทาเลต (Phthalates) และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ตับ ไต พัฒนาการของเด็ก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง
นางรัดเกล้า ตั้งคำถามถึงสภาผู้บริโภคว่า มีแผนยกระดับบทบาทจากการรับเรื่องร้องเรียนไปสู่การผลักดันมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าในยุคดิจิทัลหรือไม่ พร้อมเสนอให้ผลักดันการกำกับดูแลแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามชาติให้มีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคไทยเช่นเดียวกับผู้ประกอบการในประเทศ รวมทั้งประสานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพิ่มการสุ่มตรวจสินค้านำเข้า โดยเฉพาะสินค้าสำหรับเด็กและเยาวชน
นอกจากนี้ ยังเสนอให้สภาผู้บริโภคขยายการสื่อสารจากการเตือนภัยเรื่องการหลอกลวงทางการเงิน ไปสู่การเตือนภัยเรื่องความปลอดภัยของสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและสามารถหลีกเลี่ยงสินค้าที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ








