กระทรวงทรัพยากรฯ แจ้งความเอาผิดขบวนการออกเอกสารสิทธิทับพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 29 แปลง กว่า 600 ไร่ ประเดิมดำเนินคดี 3 แปลงแรก หลังพบมีการบุกรุกที่ดินเพิ่มจากไม่กี่ไร่เพิ่มเป็นกว่า 50 ไร่ เตรียมขยายผลถึงเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบมีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินคดีไม่ละเว้น 

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าเอาผิดขบวนการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในอุทยานแห่งชาติแหลมสน จังหวัดระนอง นำโดย พล.ต.ต.สุรพล บุญมา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ เข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดี พร้อมส่งมอบพยานหลักฐานกรณีขบวนการบุกรุกและออกเอกสารสิทธิ์ทับพื้นที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน ซึ่งการดำเนินคดีครั้งนี้ เป็นผลจากการตรวจสอบเชิงลึกของ ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับ ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ซึ่งพบความผิดปกติในการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือ น.ส.3 ก. ทับซ้อนพื้นที่ป่าสมบูรณ์และเขตอุทยานแห่งชาติหลายแปลง

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบพื้นที่ต้องสงสัยรวม 29 แปลง เนื้อที่ประมาณ 643 ไร่ แต่ระยะแรกจะดำเนินคดีกับ 3 แปลง ที่มีพยานหลักฐานและผลแปลภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังชัดเจนที่สุด ซึ่งทั้ง 3 แปลงเป็นเอกสาร น.ส.3 ก. ที่ออกเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2537 และพบพฤติการณ์ผิดปกติในลักษณะ “ที่ดินงอก” คือ แปลงที่ 1 หลักฐานเดิม (ส.ค.1) มีเพียง 6 ไร่ แต่เมื่อนำชี้รังวัดใหม่กลับเพิ่มเป็นกว่า 45 ไร่ และรุกล้ำเขตอุทยานฯ ประมาณ 15 ไร่ แปลงที่ 2 รังวัดได้กว่า 57 ไร่ และรุกล้ำพื้นที่อุทยานฯ กว่า 45 ไร่ และแปลงที่ 3 หลักฐานเดิมมีเพียง 1 ไร่ แต่รังวัดใหม่เพิ่มเป็นกว่า 50 ไร่ และรุกล้ำพื้นที่อุทยานฯ อีกกว่า 4 ไร่ แม้ผู้ครอบครองจะอ้างว่ามีการทำเกษตรเต็มพื้นที่ แต่เมื่อตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง ก่อนปี 2537 กลับพบว่าสภาพพื้นที่ยังเป็นป่าธรรมชาติ ชายฝั่ง และสันทราย ไม่มีร่องรอยการใช้ประโยชน์ทางการเกษตรตามที่กล่าวอ้าง นอกจากนี้ ยังตรวจพบการแผ้วถางปลูกพืชนอกแนวเขตเอกสารสิทธิ์ แต่ยังอยู่ในเขตอุทยานฯ อีกกว่า 12 ไร่ ส่งผลให้พื้นที่ป่าอุทยานฯ ที่ถูกรุกล้ำในระยะแรกมีรวมกว่า 78 ไร่

นายอรรถพล ยังบอกด้วยว่า จากนี้จะขยายผลตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัยอีก 26 แปลง พร้อมประสาน ป.ป.ช. ป.ป.ท. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงเตรียมดำเนินคดีทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติจากผู้กระทำผิด

ด้าน พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการ บก.ปทส. เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ บก.ปทส. ร่วมกับกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบมาแล้ว 2-3 ครั้ง โดยให้ชุดสืบสวนลงตรวจสอบทั้งพื้นที่อุทยานและชุมชน พร้อมรวบรวมเอกสารสิทธิ์และพยานหลักฐานทั้งหมด จากผลตรวจสอบพบว่า พื้นที่ตามเอกสาร น.ส.3 ก. หลายแปลงมีสภาพเป็นป่ารกชัฏและภูเขาสูงชัน ไม่ใช่พื้นที่ราบที่สามารถใช้ทำการเกษตรได้ สอดคล้องกับข้อมูลจากภาพถ่ายทางอากาศ จึงมีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับการดำเนินคดี ซึ่งวันนี้จะดำเนินคดีกับเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. ทั้ง 3 ฉบับ ก่อน ขณะที่ชุดสืบสวนของ กก.3 บก.ปทส. ยังรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม จนพบข้อเท็จจริงที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลและการกระทำที่เกี่ยวข้องมากกว่าประเด็นการออกเอกสารสิทธิ์เพียงอย่างเดียว

ผู้บังคับการ บก.ปทส. ยังยืนยันอีกว่า จะดำเนินคดีอย่างเต็มที่ ขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการทุกคน รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากพบพยานหลักฐานเชื่อมโยง จะดำเนินคดีทั้งในความผิดฐานบุกรุกพื้นที่ป่า และความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอย่างเด็ดขาด ไม่มีการละเว้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง