รัฐบาลย้ำโควิด-19 ช่วง ส.ค. ยังพบต่อเนื่อง แต่อยู่ในระดับตามคาดการณ์ สธ.แนะ “ป่วยพัก ลดใกล้ชิด” อย่าตื่นตระหนก–ระวังข่าวปลอม

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การกำกับของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยกรมควบคุมโรคระบุว่า สถานการณ์ในประเทศไทยยังเป็นไปตามการคาดการณ์ของโรคติดต่อตามฤดูกาล แม้ในช่วงเดือนที่ผ่านมาจะพบแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้น พร้อมยืนยันว่าระบบสาธารณสุขไทยมีความพร้อม ทั้งยาและเวชภัณฑ์อย่างเพียงพอ จึงขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพและไม่ตื่นตระหนก โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ควรรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลและเฝ้าระวังอาการอย่างเหมาะสม

ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–28 สิงหาคม 2569 พบผู้ป่วยโควิด-19 สะสม 95,357 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 144.76 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 14 ราย คิดเป็นอัตราตาย 0.02 ต่อประชากรแสนคน และมีอัตราป่วยตายร้อยละ 0.01 โดยแนวโน้มการรายงานผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังพบโรคทางเดินหายใจอื่น เช่น ไข้หวัดใหญ่ และโรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

สำหรับข้อมูลการเฝ้าระวังสายพันธุ์โอไมครอนในประเทศไทย จากฐานข้อมูล GISAID ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ภาพรวมการเฝ้าระวังสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568–23 กรกฎาคม 2569 จำนวน 978 ราย พบสายพันธุ์หลัก NB.1.8.1* จำนวน 490 ราย หรือร้อยละ 50.10 รองลงมาคือ JN.1* จำนวน 246 ราย หรือร้อยละ 25.15 XEC* จำนวน 82 ราย หรือร้อยละ 8.38 XFG* จำนวน 76 ราย หรือร้อยละ 7.77 และกลุ่ม BA.3.2* จำนวน 8 ราย หรือร้อยละ 0.82

ทั้งนี้ ข้อมูลแนวโน้มสายพันธุ์ล่าสุด ระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน–20 กรกฎาคม 2569 จำนวน 48 ราย ยังคงพบ NB.1.8.1* เป็นสายพันธุ์หลัก จำนวน 27 ราย หรือร้อยละ 56.25 รองลงมาคือ JN.1* จำนวน 15 ราย หรือร้อยละ 31.25 ส่วน XFG* และกลุ่ม BA.3.2* พบสายพันธุ์ละ 2 ราย หรือร้อยละ 4.17 และสายพันธุ์อื่น ๆ 1 ราย หรือร้อยละ 2.08

ในช่วงนี้สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับเป็นฤดูกาลระบาดของโรคทางเดินหายใจ จึงมีโอกาสพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น และอาจเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนตามโรงเรียน สถานที่ทำงาน หรือชุมชน ประชาชนจึงควรดูแลสุขภาพและสังเกตอาการของตนเอง หากมีอาการป่วยทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ หรืออ่อนเพลีย ควรพักผ่อนและลดการใกล้ชิดกับผู้อื่น เพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อให้คนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และคนรอบข้าง

นางสาวลลิดา กล่าว “ขอให้ประชาชนยึดหลัก ‘ป่วยพัก ลดใกล้ชิด’ หากเริ่มมีอาการป่วยควรพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น ล้างมือบ่อย ๆ และดูแลสถานที่ให้มีอากาศถ่ายเท หากจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่นหรือเดินทางไปพบแพทย์ควรสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ใกล้ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป”

สำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงสามารถดูแลตนเองเบื้องต้นและสังเกตอาการได้ แต่หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก หอบเหนื่อย เจ็บหรือแน่นหน้าอก ซึมลง รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้น้อย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ส่วนผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หากมีอาการป่วยควรปรึกษาแพทย์หรือสถานพยาบาล เพื่อรับคำแนะนำและการดูแลที่เหมาะสม

กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนระมัดระวังการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม (Fake News) เกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยยืนยันว่าข้อมูลเกี่ยวกับสายพันธุ์และการระบาดในปัจจุบันยังอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และสถานการณ์ยังเป็นไปตามการคาดการณ์ จึงขอให้ประชาชนกลั่นกรองข้อมูลก่อนส่งต่อ และติดตามข่าวสารจากช่องทางหลักของกระทรวงสาธารณสุข

รัฐบาลขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพตามความเหมาะสม ไม่ตื่นตระหนก และไม่ส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ โดยสามารถติดตามข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคเป็นหลัก หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพ สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ข่าวที่เกี่ยวข้อง