นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวถึงมาตรการคุมเข้มสิทธิรักษาพยาบาล เพื่อป้องกันการทุจริตและการใช้สิทธิในทางที่ผิดว่า ยังอยู่ระหว่างเปิดรับฟังความเห็นร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลฉบับใหม่จนถึงวันที่ 8 สิงหาคมนี้ จากนั้นจะประมวลผลเกี่ยวกับความคิดเห็นทั้งหมดนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการกำหนดให้สถานพยาบาล ที่สามารถใช้สิทธิได้ ต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการคลัง เพื่อเชื่อมโยงระบบการเบิกจ่ายอิเล็กทรอนิกส์ ป้องกันการทุจริตช้อปปิ้งยา รวมทั้ง ยังกำหนดให้ข้าราชการมีหน้าที่และความรับผิดชอบ หากบุคคลในครอบครัวทุจริต พร้อมเปิดทางให้ข้าราชการเป็นผู้เลือกให้สิทธิ หรือระงับสิทธิบุคคลในครอบครัว
ปัจจุบัน สิทธิบุคคลในครอบครัวข้าราชการครอบคลุมตั้งแต่พ่อแม่ คู่สมรส และลูกตามกฎหมายอายุไม่เกิน 20 ปี แต่ไม่เกิน 3 คน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลการเบิกจ่าย ซึ่งมาตรการระงับสิทธิการเบิกจ่ายของบุคคลในครอบครัวข้าราชการเป็นเวลา 5 ปี หากพบการกระทำผิดต้องกลับไปใช้สิทธิพื้นฐานบัตรทองแทน ถือเป็นการควบคุมรายจ่ายบุคลากรภาครัฐและออกแบบระบบใช้ลดการทุจริตในระบบเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลข้าราชการและครอบครัว
อธิบดีกรมบัญชีกลาง ย้ำว่า จากข้อมูลในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา พบมีการทุจริตจนทำให้เกิดความเสียหายแล้ว 250 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้กำลังคนเพียง 6 คนในการสุ่มตรวจกว่า 35 ล้านรายการรักษา ซึ่งกรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างการนำระบบเข้ามาช่วยวิเคราะห์ความผิดปกติของการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการให้ดีขึ้น








