นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การแก้ปัญหาค่าไฟของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในหลายเรื่องที่ประชาชนเรียกร้องมานาน และเป็นสิ่งที่รัฐบาลเคยประกาศไว้อย่างชัดเจนว่า จะไม่แก้ค่าไฟเพียงปลายทาง แต่ต้องรื้อให้ถึงต้นตอของปัญหา
มติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา สะท้อนหลักการสำคัญของรัฐบาล คือ “พูดแล้วทำ” โดยเฉพาะเรื่องค่าไฟฟ้าสาธารณะ เช่น ไฟถนน ซึ่งไม่ควรถูกซ่อนอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชนทั่วไป เพราะเป็นภาระที่รัฐต้องรับผิดชอบ การถอดต้นทุนส่วนนี้ออกจากโครงสร้างค่าไฟจึงเป็นการทำให้ระบบโปร่งใสขึ้น และไม่เอาเปรียบประชาชน
นางสาวรัชดา กล่าวว่า อีกเรื่องที่ประชาชนต้องการมานาน คือค่าไฟบ้านที่ต้องเป็นธรรมกับผู้มีรายได้น้อยและคนใช้ไฟไม่มาก ซึ่งเป็นที่มาของการเดินหน้าลดค่าไฟบ้านอยู่อาศัย 200 หน่วยแรก เหลือ 3 บาทต่อหน่วย พร้อมปรับนิยามบ้านอยู่อาศัยให้ครอบคลุมบ้านเช่า หอพัก อพาร์ตเมนต์ และบ้านไม่มีทะเบียนบ้าน เพื่อให้ผู้เช่า นักศึกษา และแรงงานได้รับประโยชน์จริง ไม่ตกหล่นเหมือนที่ผ่านมา
ในด้านโครงสร้างพลังงาน รัฐบาลเริ่มทำเรื่องที่มีการพูดถึงมานาน แต่ยังทำไม่สำเร็จ คือการลดการผูกขาดในระบบผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยในเรื่องนี้ ที่ประชุม กพช. ล่าสุดได้เปิดทางให้ผู้ใช้ไฟในภาคอุตสาหกรรมสามารถซื้อไฟสะอาดจากผู้ผลิตได้โดยตรง ผ่านระบบ Direct PPA และ Third Party Access เพื่อเพิ่มการแข่งขัน เปิดทางเลือกใหม่ และทำให้ต้นทุนไฟฟ้าสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้น
พร้อมกับการเดินหน้าแก้ปัญหาสัญญาซื้อไฟราคาแพง หรือ Adder ซึ่งเป็นต้นทุนที่ฝังอยู่ในระบบมายาวนาน โดย กพช. อนุมัติตามข้อเสนอของคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ที่ให้กำหนดวันสิ้นสุดสัญญาที่ต่ออายุอัตโนมัติ และปรับอัตรารับซื้อไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนจริง เพื่อลดภาระของระบบไฟฟ้า และนำไปสู่การลดค่าไฟประชาชนในระยะต่อไป
นางสาวรัชดา กล่าวว่า สำหรับธุรกิจ Data Center ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย มติของ กพช. ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ปฏิเสธการลงทุน แต่ต้องจัดระเบียบให้เป็นธรรม เพราะกิจการนี้ใช้ไฟและน้ำจำนวนมาก มีผลต่อค่าไฟและสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ จึงต้องกำหนดอัตราค่าไฟเฉพาะให้สะท้อนต้นทุนจริง ทั้ง LNG ระบบสายส่ง และทรัพยากรน้ำ ไม่ให้ภาระย้อนกลับมาที่ครัวเรือนทั่วไป
อีกเรื่องสำคัญคือการเดินหน้าโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ ภายใต้หลักการ 1 ตำบล 1 โครงการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “การไฟฟ้าประชาชน” ที่พรรคภูมิใจไทยเคยประกาศไว้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า ไม่ใช่เป็นเพียงผู้จ่ายค่าไฟปลายทาง
นางสาวรัชดา กล่าว “วันนี้สิ่งที่รัฐบาลเคยบอกว่าจะทำ ได้เริ่มทำแล้ว ทั้งการถอดภาระที่ประชาชนไม่ควรแบกออกจากค่าไฟ การลดค่าไฟบ้าน การเปิดเสรีไฟสะอาด การรื้อสัญญาแพง การจัดระเบียบผู้ใช้ไฟรายใหญ่ และการผลักดันการไฟฟ้าประชาชน นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาพลังงานทั้งโครงสร้างอย่างจริงจัง เพื่อให้ค่าไฟเป็นธรรม โปร่งใส แข่งขันได้ และให้ประชาชนมีส่วนในระบบพลังงานมากขึ้น”








