นายกฯ หารือ Huawei ขยายลงทุน AI-คลาวด์ในไทย “Thailand FastPass” เบ็ดเสร็จจุดเดียว สร้างความมั่นใจนักลงทุน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์คณะสื่อมวลชน ที่ติดตามรายงานภารกิจการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าพอใจความสำเร็จจากการนำทีมไทยแลนด์พบหารือกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน 4 บริษัท เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 กลุ่มนักลงทุนจีนโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง มีความมั่นใจและพอใจที่ได้เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเป้าหมายและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ และพร้อมจะขยายการลงทุนเพิ่มเติมโดยเฉพาะในสาขา R & D เพื่อตอบรับนโยบายและข้อเสนอแนะในการพัฒนาทักษะ (upskill) แรงงานไทย โดยผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำจีน  4 แห่งยืนยันว่ามีแผนการลงทุนในประเทศไทย โดยมูลค่ารวมกันกว่า 70,000 ล้านบาทภายในปีนี้ โดยเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่ต้องใช้ความแม่นยำและเทคโนโลยีขั้นสูง (Precision Technology) เช่น อุปกรณ์รับส่งสัญญาณทางแสง (optical transceiver) เพื่อรองรับธุรกิจ Data Center เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และไมโครชิป สำหรับการสื่อสารความเร็วสูง รวมถึงการขยายกำลังการผลิตในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างต่อเนื่อง การลงทุนมหาศาลครั้งนี้คาดว่า จะทำให้เกิดการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นคน โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะ (Upskill) แรงงานไทย และเพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว ซึ่งสาเหตุสำคัญที่นักลงทุนจีนเลือกไทยเป็นลำดับต้นๆ เนื่องจากความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบขนส่งและสาธารณูปโภคที่เอื้อต่อการเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ นอกประเทศจีน เพื่อรับมือกับความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์

อีกทั้ง นโยบาย “Thailand FastPass” ของ BOI ยังเป็นการบริการแบบเบ็ดเสร็จ (One-stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนสามารถเดินเข้ามาที่จุดเดียวเพื่อรับบริการ ช่วยเร่งรัดกระบวนการอนุมัติและอนุญาตต่างๆ ให้รวดเร็วขึ้น สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน เพราะมีความสะดวกและโปร่งใส ลดการติดต่อหลายหน่วยงาน ยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุนและปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนแห่งอนาคตของภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้เยี่ยมชมนิทรรศการเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ Huawei และหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท เพื่อขยายความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ระบบคลาวด์ เทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาบุคลากรไทย โดยรัฐบาลพร้อมสานต่อความร่วมมือกับ Huawei ในฐานะนักลงทุนและพันธมิตรด้านเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเทคโนโลยี ต้องนำไปสู่ประโยชน์ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพบริการภาครัฐ การศึกษา สาธารณสุข การเกษตร การบริหารจัดการเมือง การสร้างงานและอาชีพใหม่ที่มีรายได้สูงขึ้น

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ประเทศไทยเปิดกว้างต้อนรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้ง AI เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบคลาวด์ และเทคโนโลยีสื่อสารความเร็วสูง โดยไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศการลงทุน และฐานอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่การผลิตโลก

ด้านผู้บริหาร Huawei ระบุว่า บริษัทดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากกว่า 20 ปี และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งศูนย์พัฒนาทักษะดิจิทัล บริการคลาวด์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาค พร้อมชื่นชมประเทศไทยว่าเป็นประเทศที่เปิดกว้าง มีศักยภาพ และเชื่อมั่นว่าบรรยากาศและศักยภาพของไทยเหมาะสมต่อการดำเนินธุรกิจดิจิทัล บริษัทยังเห็นสอดคล้องกับคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีในการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ที่นครเซี่ยงไฮ้ เรื่อง การสร้าง AI ธรรมาภิบาล ที่ควรตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ คุ้มครองประชาชน (Protection) ปลดล็อกศักยภาพ (Potential) และสร้างความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน (Prosperity)

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันความร่วมมือสำคัญ 2 ด้าน ได้แก่

1. การพัฒนาคนไทยให้มีทักษะแห่งอนาคต ผ่านโครงการ Huawei ICT Academy Thailand ซึ่งดำเนินงานร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงความร่วมมือด้าน Cloud และ AI กับหน่วยงานภาครัฐและมหาวิทยาลัย เพื่อผลิตบุคลากรที่มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

2. การขยายการใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาคธุรกิจ ยกระดับบริการสาธารณะ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับการสร้างบุคลากรไทย

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการดึงการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก แต่คือการสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงความรู้ มีทักษะที่ตลาดต้องการ เกิดงานคุณภาพ และนำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง