“กระทงลาย” หรือที่ท้องถิ่นเรียกว่า มะแตกเครือ หรือหมากแตก ไม้เถาเนื้อแข็งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย โดยพบกระจายพันธุ์ในป่าเบญจพรรณและชายป่าดงดิบแล้งเกือบทั่วทุกภาคของประเทศไทย ยกเว้นภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ไว้ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติและสวนพฤกษศาสตร์หลายแห่งเพื่อการศึกษาและเรียนรู้ระบบนิเวศ
“กระทงลาย” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Celastrus paniculatus Willd. จัดอยู่ในวงศ์ CELASTRACEAE มีลักษณะเด่นเป็นไม้เถาเนื้อแข็งที่เลื้อยพาดพันต้นไม้ใหญ่ได้ยาวถึง 15 เมตร กิ่งอ่อนมีช่องอากาศสีขาวและมักพบขนสั้นปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปรีถึงรูปไข่ ขอบใบจักฟันเลื้อยถี่ ปลายใบแหลมถึงเรียวแหลม ออกดอกเป็นช่อตามปลายกิ่ง โดยกลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ส่วนผลมีลักษณะทรงกลม เมื่อสุกจะมีสีเหลืองและแตกอ้าออกเป็น 3 แฉก เผยให้เห็นเนื้อในสีแดงสดใสเด่นชัด
ในด้านสรรพคุณทางสมุนไพร พบว่าส่วนเปลือกต้น ผลและเมล็ด มีฤทธิ์ทำให้อาเจียน เป็นยาระบาย ใช้พอกฝีมะม่วง เป็นยาบำรุงและแก้อาการปวดท้องในเด็ก สำหรับใบช่วยแก้ไข้และพอกแผล ส่วนผลสุกเป็นยาเย็นช่วยแก้กระหายน้ำ ขณะที่ผลดิบมีฤทธิ์ฝาดสมาน แก้บิด ใช้พอกสมานแผลหรือต้มน้ำล้างแผล รักษาอาการปวดกระเพาะ ขับน้ำนม รักษาโรคผิวหนังเรื้อรัง รวมถึงโรคโลหิตจาง นอกจากนี้ส่วนเถาและใบยังช่วยบำรุงเส้นเอ็น โดยภูมิปัญญาท้องถิ่นมีการใช้เถาบดผสมกับพืชสกุลชิงชี่ (แก่นชายชู้ตัวผู้และชายชู้ตัวเมีย) ผสมน้ำทาเพื่อรักษาแผลมะเร็งเต้านมอีกด้วย
ปัจจุบันพรรณไม้ชนิดนี้ได้รับการอนุรักษ์นอกถิ่นกำเนิด ณ สวนพฤกษศาสตร์สกุโณทยาน และสวนพฤกษศาสตร์ภูฝอยลม 60 พรรษา มหาราชินี รวมถึงมีการคุ้มครองในพื้นที่อนุรักษ์อย่างอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง และอุทยานแห่งชาตินายูง-น้ำโสม เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาประโยชน์และคุณค่าทางพฤกษศาสตร์อย่างยั่งยืน








