นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นำกรมประชาสัมพันธ์ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) พร้อมกัน 3 ฉบับ กับองค์กรสื่อชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ สำนักข่าว People’s Daily สำนักข่าวซินหัว (Xinhua News Agency) และกลุ่มสื่อแห่งชาติจีน (China Media Group : CMG) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมเป็นสักขีพยาน นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือด้านสื่อสารมวลชนระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพการสื่อสารของประเทศไทยในยุคดิจิทัล
นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า สำหรับ การลงนามครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างเครือข่ายกับองค์กรสื่อชั้นนำ ของจีน แต่เป็นการวางรากฐานสำคัญในการยกระดับศักยภาพของ กรมประชาสัมพันธ์ใน 3 มิติ ได้แก่ การพัฒนาองค์กรและบุคลากร การขยายเครือข่ายข่าวสารระหว่างประเทศ และการสร้างนวัตกรรม สื่อเพื่ออนาคต ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการสื่อสาร ของประเทศไทยบนเวทีโลก
ความร่วมมือฉบับแรกกับสำนักข่าว People’s Daily มุ่งเน้นการ ขยายการเข้าถึงข่าวสารของไทยสู่สาธารณชนจีน ผ่านการแลก เปลี่ยนข่าวต้นฉบับการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน และ โครงการแลกเปลี่ยนผู้ปฏิบัติงานด้านสื่อ ซึ่งจะช่วยเปิดพื้นที่ ให้ข่าวสารที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทยเข้าถึงสาธารณชนจีน ในวงกว้าง พร้อมส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของ ทั้งสองประเทศ ”
ขณะที่ความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว มุ่งเน้นการพัฒนาองค์กรและบุคลากร ผ่านการแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ด้านการบริหารงานข่าว การปรับตัวสู่สื่อดิจิทัล และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในงานสื่อสารภาครัฐ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและเตรียมความพร้อมของ กรมประชาสัมพันธ์ในการขับเคลื่อนองค์กรสื่อภาครัฐให้ก้าวทัน การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อโลก
ส่วนความร่วมมือกับกลุ่มสื่อแห่งชาติจีน จะต่อยอดไปสู่การผลิต สื่อร่วมกันในรูปแบบข่าว รายการ และสารคดี รวมถึงการแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสื่อสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาคอนเทนต์ ที่มีคุณภาพ ทันสมัย และตอบโจทย์ผู้รับสารในยุคดิจิทัล พร้อม เปิดโอกาสให้บุคลากรของกรมประชาสัมพันธ์ได้เรียนรู้แนวทางการผลิตสื่อในระดับสากล และต่อยอดนวัตกรรมการสื่อสารขององค์กร
ความร่วมมือทั้ง 3 ฉบับ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายความร่วมมือกับองค์กรสื่อชั้นนำของจีน ซึ่งจะก่อ ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อกรมประชาสัมพันธ์ ทั้งการ พัฒนาศักยภาพบุคลากร การต่อยอดองค์ความรู้ด้านการสื่อสาร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI ในงานสื่อสารภาครัฐ การขยาย เครือข่ายข่าวสารระหว่างประเทศ และการยกระดับการผลิตสื่อให้มี คุณภาพ และทันสมัยยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตามการลงนามบันทึกความเข้าใจทั้ง 3 ฉบับในครั้งนี้ ยังเป็นการต่อยอดความสัมพันธ์ไทย–จีนภายหลังการเฉลิม ฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต โดยขยายความร่วมมือจากระดับรัฐบาลสู่เครือข่ายองค์กรสื่อของทั้งสองประเทศ พร้อมตอกย้ำบทบาท ในการนำกรมประชาสัมพันธ์ ก้าวสู่การเป็นองค์กรสื่อภาครัฐยุคใหม่ ที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายระดับโลก เพื่อยกระดับการสื่อสาร ของประเทศไทยให้มีบทบาทโดดเด่นยิ่งขึ้นบนเวทีนานาชาติ








