“พันงู” วัชพืชริมทางทรงคุณค่า อุดมด้วยสรรพคุณสมุนไพรและเอกลักษณ์ทางพฤกษศาสตร์

“พันงู” พืชริมทางที่หลายคนอาจมองข้าม แต่กลับมีความสำคัญทั้งในมิติทางพฤกษศาสตร์และสรรพคุณทางสมุนไพรที่หลากหลาย

พันงู มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Achyranthes aspera L. จัดอยู่ในวงศ์บานไม่รู้โรย (Amaranthaceae) มีชื่อสามัญในภาษาอังกฤษว่า Prickly chaff-flower นอกจากนี้ยังรู้จักกันในชื่อท้องถิ่นอื่นๆ เช่น ควยงู หรือพันงู ในแถบภาคกลาง และหญ้าตีนงูขาว ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำหรับชื่อสกุล Achyranthes มีที่มาจากคำในภาษากรีกสองคำ คือ “achyron” ที่แปลว่า เกล็ดบาง และ “anthos” ที่แปลว่า ดอก ซึ่งสะท้อนถึงลักษณะเด่นของดอกที่มีเยื่อบางคล้ายเกล็ดบริเวณโคนใบประดับนั่นเอง

ในทางพฤกษศาสตร์ พันงูจัดเป็นพืชประเภทไม้ล้มลุก มีความสูงได้ถึง 1 เมตร กิ่งก้านมีลักษณะเป็นเหลี่ยมมน บริเวณกิ่งอ่อน แผ่นใบ และช่อดอกมีขนสั้นนุ่มปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปรี รูปขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ ยาวประมาณ 2–10 เซนติเมตร ปลายใบมีได้ตั้งแต่กลม แหลม จนถึงแหลมยาว โคนใบเรียวสอบ แผ่นใบบางครั้งเกือบเกลี้ยง ก้านใบยาว 0.5–1.5 เซนติเมตร

จุดเด่นสำคัญของพืชชนิดนี้คือ ช่อดอกแบบช่อเชิงลด (spike) ที่ออกบริเวณปลายกิ่ง ซึ่งสามารถเจริญเติบโตยาวได้ถึง 50 เซนติเมตร แกนช่อดอกเป็นเหลี่ยม ดอกออกเป็นดอกเดี่ยวๆ ติดอยู่บนแกนช่อ โดยมีใบประดับแห้งบาง ติดทนนาน รูปไข่ ปลายเรียวแหลม ยาว 2–3 มิลลิเมตร และมีใบประดับย่อย 2 อัน แนบติดกับกลีบรวมซึ่งมีลักษณะแหลมแข็งคล้ายหนาม ยาว 3–4 มิลลิเมตร บริเวณโคนมีเยื่อบางๆ กลีบรวมมี 4–5 กลีบ รูปใบหอกแกมรูปไข่ ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร ภายในดอกประกอบด้วยเกสรเพศผู้ 2–5 อัน และมีแผ่นเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันอีก 5 อัน ซึ่งมีลักษณะเป็นเกล็ด ขอบจักเป็นชายครุย รังไข่มีลักษณะเกลี้ยง ภายในมีออวุล 1 เม็ด ก้านเกสรเพศเมียยาว 2–3.5 มิลลิเมตร เมื่อดอกเจริญเต็มที่จะติดผลแบบกระเปาะ (utricle) ปลายผลตัด เปลือกบาง ความยาวประมาณ 2.5–3 มิลลิเมตร บรรจุเมล็ดรูปทรงกระบอกไว้ภายใน

พันงูถือเป็นพืชที่พบขึ้นเป็นวัชพืชทั่วไปในภูมิภาคเขตร้อน สามารถเจริญเติบโตได้ตั้งแต่ระดับน้ำทะเลจนถึงระดับความสูงประมาณ 700 เมตร จากระดับน้ำทะเล ด้วยความที่เป็นพืชที่มีความผันแปรทางพันธุกรรมและสัณฐานวิทยาสูง จึงมีการจำแนกออกเป็นหลากหลายสายพันธุ์ย่อย (varieties) นอกจากนี้ ในระดับสกุล Achyranthes L. นั้น

ปัจจุบันพบกระจายพันธุ์อยู่ทั่วโลกประมาณ 10 ชนิด โดยส่วนใหญ่พบในเขตร้อนและกึ่งเขตร้อน สำหรับในประเทศไทยมีการสำรวจพบพืชในสกุลนี้ทั้งหมด 3 ชนิด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ A. ancistrophora C.C.Towns. ที่จัดเป็นพืชถิ่นเดียว (endemic species) ของประเทศไทยอีกด้วย

ด้วยลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นและสรรพคุณทางสมุนไพรพื้นบ้านที่หลากหลาย พันงูจึงเป็นอีกหนึ่งพรรณไม้สมุนไพรใกล้ตัวที่สะท้อนถึงความหลากหลายทางชีวภาพอันทรงคุณค่าของประเทศไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง