“สุรศักดิ์” เดินหน้า “ไทยเที่ยวไทย พลัส – Fly Thai – Air Connect” ชู “Tomorrowland” สู่ Event Hub คาดเงินสะพัด 6,132 ล้านบาท

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและยั่งยืน (Meaningful & High Value Destination) ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลกอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิด “Tourism for All, Tourism for the Future: ท่องเที่ยวไทย เพื่อทุกคนสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ประกอบด้วย

1. มุ่งคุณภาพมากกว่าปริมาณ (Value over Volume) ให้ความสำคัญกับการยกระดับการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและสร้างมูลค่าสูง (High Value) มากกว่าการพึ่งพาจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และมุ่งขายประสบการณ์ที่มีคุณค่า (Meaningful Travel) ให้แก่นักท่องเที่ยว

2. มุ่งกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สนับสนุนและส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่เมืองรองและชุมชนเป้าหมาย
55 ชุมชนทั่วประเทศ เพื่อกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก

3. ส่งเสริมการเดินทาง 365 วัน ผ่านโครงสร้างการกระตุ้นตลาดที่เป็นรูปธรรม: ขับเคลื่อนโครงการสำคัญเพื่อกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวในประเทศและรองรับฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ได้แก่

โครงการไทยเที่ยวไทย พลัส หรือ Co-pay กระตุ้นการเดินทางภายในประเทศเพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ทุกภูมิภาค โดยกำหนดวงเงินรวม
1,750 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทย ในรูปแบบ Co-payment หรือการช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยว ซึ่งรัฐช่วยจ่ายค่าที่พัก 50% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อสิทธิ เบื้องต้นกำหนดสิทธิไว้ที่ 500,000 สิทธิ (นักท่องเที่ยวได้รับสิทธิสูงสุด 5 สิทธิต่อคน) และมอบคูปองดิจิทัลมูลค่า 500 บาทต่อสิทธิ สำหรับใช้เป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือบริการด้านการท่องเที่ยว เช่น ทัวร์แบบ One Day Trip บริการรถเช่า การชอปปิง และร้านอาหาร สามารถใช้สิทธิได้ทั้งวันธรรมดาหรือวันหยุด ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วประเทศ คาดว่าจะเริ่มเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิได้ช่วงปลายปี 2569 และคาดว่าจะสร้างผลกระทบทางบวกต่อเศรษฐกิจสูงถึง 32,046 ล้านบาท และสร้างรายได้จากภาษีกลับคืนมาประมาณ 1,660 ล้านบาท

– โครงการ Fly Thai All the Feelings: บูรณาการร่วมกับ 6 สายการบินในประเทศ มอบสิทธิประโยชน์และส่วนลดราคาบัตรโดยสารแก่คนไทยจำนวน 400,000 ที่นั่ง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก โดยผู้ที่เดินทางไปเมืองหลักจะได้รับการสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 400 บาทต่อเที่ยว และเมืองรอง 600 บาทต่อเที่ยว ผ่านการจองตรงกับสายการบินที่เข้าร่วมโครงการ

– โครงการ Thailand Air Connect: ร่วมมือกับสายการบินและพันธมิตรการตลาดอย่างใกล้ชิด
เพื่อรักษาเสถียรภาพของเที่ยวบิน เพิ่มความถี่และที่นั่งโดยสาร ทั้งจากเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) และเที่ยวบินพาณิชย์ (Commercial Flight) เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางเข้าประเทศ เพิ่มโอกาสการกระจายรายได้สู่แหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย

4. ผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก (Event Hub) เดินหน้าเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland Thailand (ปี 2569–2573) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญ
ในการยกขีดความสามารถทางการแข่งขัน ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และเปิดโอกาสให้ศิลปิน บุคลากรสร้างสรรค์ และผู้ประกอบการไทยได้แสดงศักยภาพบนเวทีโลก โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสุทธิกว่า 3,458 – 5,301 ล้านบาทต่อปี จากผู้เข้าร่วมงานชาวต่างชาติไม่น้อยกว่า 127,500 คน และชาวไทยไม่น้อยกว่า 22,500 คน

สำหรับปี 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และคณะผู้บริหาร ททท. ได้เดินทางร่วมหารือกับ Mr. Bruno Vanwelsenaers ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท WEAREONE.world (Tomorrowland Inc.) ณ เมืองบูม ราชอาณาจักรเบลเยียม เพื่อเตรียมความพร้อมและติดตามความคืบหน้าความร่วมมือในการจัดงานเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland Thailand ซึ่งมีแผนจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในเอเชีย ช่วงวันที่ 11-13 ธันวาคม 2569 ณ จังหวัดชลบุรี

สำหรับการจัดงาน Tomorrowland Thailand ในช่วงปลายปี 2569 คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมงานรวมทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 150,000 คน (เฉลี่ยวันละ 50,000 คน) โดยสัดส่วนเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยไม่น้อยกว่า 22,500 คน (15%) และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่น้อยกว่า 127,500 คน (85%) จากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก ทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกล อาทิ กลุ่มประเทศอาเซียน (สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย) เอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ (จีน เกาหลีใต้ อินเดีย) ออสเตรเลีย กลุ่มแฟนเทศกาลดนตรีระยะไกลจากยุโรป (เบลเยียม เยอรมนี สหราชอาณาจักร) และอเมริกา ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงและมีแนวโน้มเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องในประเทศไทย (Longer Stay)

จากการประเมินของบริษัทผู้จัดงาน คาดการณ์ว่าการจัดงาน Tomorrowland Thailand จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม (Total Economic Impact) ให้กับประเทศไทยได้สูงถึง 6,132 ล้านบาท (ประมาณ 159 ล้านยูโร) โดยสามารถแจกแจงตัวเลขเชิงลึกเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจไทยได้อย่างชัดเจน ดังนี้

– ผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยตรงจากการจัดงาน (Direct Boost) มูลค่า 1,092 ล้านบาท (ประมาณ
28 ล้านยูโร) เป็นเม็ดเงินที่เชื่อมโยงกับการจัดงานโดยตรง ซึ่งกระจายสู่ผู้ประกอบการและซัพพลายเออร์ท้องถิ่น
ในประเทศไทย (Local Suppliers)

– ผลกระทบทางเศรษฐกิจทางอ้อมจากภาคการท่องเที่ยว (Indirect Boost) มูลค่า 5,309 ล้านบาท (ประมาณ 131 ล้านยูโร) เป็นเม็ดเงินที่เกิดจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเข้าร่วมงานและพำนักต่อ
ในประเทศไทย (Extended Stay) ทั้งในด้านการจับจ่ายใช้สอย การเดินทาง การบริการท่องเที่ยว และร้านอาหาร ซึ่งเม็ดเงินส่วนนี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม

– คาดการณ์รายได้ภาษีคืนสู่ภาครัฐ (Government Tax Revenue Impact) รวม 732 ล้านบาท จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนกลับคืนสู่ภาครัฐในรูปของภาษีรวมทั้งสิ้นประมาณ 732 ล้านบาท (ประมาณ 19 ล้านยูโร)

– ผลักดันยอดจองโรงแรมทั่วจังหวัดชลบุรี-ระยองคึกคัก ซึ่งการจัดงาน Tomorrowland Thailand ในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2569 ยังส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการบริการและที่พักโดยตรง ล่าสุดพบว่าความต้องการ การจองโรงแรมและที่พักในบริเวณรอบสถานที่จัดงาน รวมถึงพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วทั้งจังหวัดชลบุรี ทั้งในโซนพัทยา จอมเทียน ศรีราชา และบางแสน ต่อเนื่องไปจนถึงพื้นที่ชายหาดจังหวัดระยอง มีอัตราการเติบโตและได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติอย่างล้นหลาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลดีต่อผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ธุรกิจขนส่ง และผู้ประกอบการท้องถิ่นอย่างเต็มศักยภาพ ถือเป็นการอัดฉีดเม็ดเงินสู่ภาคธุรกิจบริการอย่างแท้จริง และเป็นการตอกย้ำความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางของงานเทศกาลระดับโลก (Global Festival Destination) อย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง