นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10–11 กันยายน 2569 ณ เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้ตนและคณะผู้แทนจากกระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วมการประชุมหารือระหว่างสาธารณสุขอาเซียนกับผู้แทนองค์การอนามัยโลก (WHO) 2 ภูมิภาค ได้แก่ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก (Informal Ministerial Meeting with WHO)
ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางยกระดับการดำเนินงานร่วมกันระหว่างอาเซียน 11 ประเทศ และ WHO โดยสมาชิกอาเซียนได้เรียกร้องให้สนับสนุนการดำเนินงานในภารกิจที่ WHO มีความเข้มแข็ง อาทิ การขึ้นทะเบียนวัคซีนใหม่ แนวทางการจัดหาเวชภัณฑ์และวัคซีนร่วมกันในระดับภูมิภาค (Pooled procurement) เพื่อเพิ่มอำนาจในการต่อรอง และการจัดประชุมระหว่าง 2 ภูมิภาค เพื่อเปิดโอกาสให้ศูนย์ความร่วมมือองค์การอนามัยโลก (WHO Collaborating Centers) ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านจำนวนหลายแห่ง ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีกับประเทศสมาชิก เพื่อนำไปขยายผลต่อยังประเทศอื่น ๆ อันจะเป็นประโยชน์เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีผลลัพธ์การประชุมที่สำคัญระหว่างผู้นำด้านสาธารณสุขอาเซียนกับ 4 ประเทศคู่เจรจา ได้แก่ การประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน–จีน ครั้งที่ 10 การประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน–สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 3 การประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน–ญี่ปุ่น ครั้งที่ 1 และการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน–สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 1 โดยมีแถลงการณ์ร่วมของรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนและรัฐมนตรีของประเทศคู่เจรจา แสดงถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์สุขภาพอาเซียนฉบับใหม่ (ASHA 2026–2030) สู่การปฏิบัติ เพื่อให้อาเซียนมีความมั่นคงด้านสุขภาพ
ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานความร่วมมือด้านสาธารณสุขในภูมิภาคอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในการประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยได้เสนอต่อยอดกลไกและเครือข่ายความร่วมมืออาเซียนกับประเทศคู่เจรจาทั้ง 4 ประเทศ ในมิติสุขภาพที่สำคัญ ดังนี้
1. ความร่วมมืออาเซียน–จีน เน้นการพัฒนาระบบสุขภาพที่ยั่งยืน การดูแลสุขภาพแม่และเด็ก และความปลอดภัยของอาหาร โดยเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนกิจกรรมตามบันทึกความเข้าใจด้านสุขภาพอาเซียน–จีน (MoU) ซึ่งมีกำหนดการลงนามในอนาคตอันใกล้
2. ความร่วมมืออาเซียน–เกาหลีใต้ เน้นด้านระบบข้อมูลสุขภาพที่เชื่อมโยงกันและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการแพทย์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านสุขภาพที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยธรรมาภิบาล กฎระเบียบ และการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม
3. ความร่วมมืออาเซียน–ญี่ปุ่น เน้นการสนับสนุนนโยบายและนวัตกรรมในการพัฒนาระบบสุขภาพสู่ Lifetime Wellness ในสังคมสูงวัย พร้อมใช้กลไก ASEAN Centre for Active Ageing and Innovation (ACAI) ขับเคลื่อนการดำเนินงาน
4. ความร่วมมืออาเซียน–สหรัฐอเมริกา เน้นการสร้างความเข้มแข็งของการเตรียมพร้อมรับมือสาธารณสุขฉุกเฉิน การยกระดับเครือข่ายห้องปฏิบัติการ การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนายาและนวัตกรรมทางการแพทย์ และการดำเนินงานตามแผนความร่วมมือด้านสุขภาพอาเซียน–สหรัฐฯ ค.ศ. 2027–2030
ทั้งนี้ ประเด็นที่ได้ตกลงเพื่อดำเนินการร่วมกันในทุกกรอบความร่วมมือด้านสุขภาพระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาต่าง ๆ จะสอดคล้องกับวาระยุทธศาสตร์สุขภาพอาเซียน พ.ศ. 2569–2573 (ASEAN Strategic Health Agenda: ASHA 2026–2030) ซึ่งเป็นแผนการดำเนินงานด้านสาธารณสุขของอาเซียน 11 ประเทศในระยะ 5 ปีข้างหน้า








