มะกล่ำตาแดง มีชื่อท้องถิ่นว่า มะกล่ำเครือ มะกล่ำตาหนู (จันทบุรี) ชื่อวิทยาศาสตร์ : Abrus precatorius L.ชื่อวงศ์ : FABACEAE ลักษณะเด่นไม้เถาล้มลุก ยาวถึง 5 เมตร ตามเถา กิ่งอ่อน แกนใบ แผ่นใบด้านล่างและฝักมีขนสั้นนุ่มสีขาว ใบประกอบแบบขนนก (คล้ายใบมะขาม) เรียงสลับ ใบย่อยเรียงตรงข้าม มีข้างละ 6–14 ใบ รูปขอบขนาน ยาว 0.8–1.5 เซนติเมตร ปลายและโคนใบกลมหรือตัด ปลายใบมีติ่งสั้น แผ่นใบด้านล่างสีเขียวนวลและมีขนสั้น ช่อดอกแบบกะจะ ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร กลีบเลี้ยงสีเขียวอ่อน กลีบดอกสีชมพูอ่อน รูปดอกถั่ว ยาวประมาณ 1.3 เซนติเมตร ผลเป็นฝักแบนรูปขอบขนาน ยาว 3–8 เซนติเมตร ผิวมีขนสั้นกระจาย เมื่อแก่จะแห้งแล้วแตกอ้า 2 ซีก เมล็ดรูปรี ยาว 5–7 มิลลิเมตร ครึ่งผลด้านขั่วสีดำ ด้านปลายสีแดงสด ผิวมันวาว เนื้อในเมล็ดมีพิษรุนแรงถิ่นอาศัยพบตามป่าเบญจพรรณ หรือชายป่าดิบแล้ง ที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร ทั่วประเทศ
สำหรับสรรพคุณ มะกล่ำตาแดง ในส่วนของราก แก้ไอ ช่วยขับเสมหะ ชุ่มคอ แก้เสียงแห้ง แก้สะอึก ขับปัสสาวะ แก้ตับอักเสบ แก้หลอดลมอักเสบลำต้น แก้ไอ แก้ไข้เพื่อซาง
ส่วนใบ พบสารให้ความหวานสูง ไม่มีพิษ ชื่อ abrusosides นำมาราง/คั่วไฟอ่อนๆ พอสุก ใช้ชงน้ำดื่มแทนชา รสหวานชุ่มคอ ช่วยกระตุ้นน้ำลาย แก้ไอ แก้เจ็บคอ แก้เสียงแห้ง ช่วยขับปัสสาวะ แก้ร้อนในกระหายน้ำ
เนื้อในของเมล็ด มีสาร arbin มีพิษสูงมาก ถ้ากลืนทั้งเมล็ดพิษจะไม่ออกมาเพราะเปลือกหุ้มแข็งไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหาร แต่ถ้าทุบหรือเคี้ยวเมล็ดให้แตกเพียง 1-2 เมล็ด พิษอาจถึงตายได้ ทำให้คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องรุนแรง ตับและไตจะถูกทำลาย ให้รีบทำให้อาเจียนออกและนำส่งโรงพยาบาล








