อว.จับมือสธ. เดินหน้าขับเคลื่อน Digital Health และ AI ทางการแพทย์ เชื่อมศักยภาพงานวิจัยมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพ พร้อมนำ 3 นวัตกรรมจากเครือข่าย Medical AI Consortium ทดลองและประเมินผลในโรงพยาบาลนำร่อง ก่อนพิจารณาขยายการใช้งานต่อไป

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงความร่วมมือขับเคลื่อน Digital Health และปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ เพื่อเชื่อมโยงศักยภาพด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยเข้ากับระบบบริการสุขภาพ ผลักดันนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานไปสู่การใช้งานจริง และลดความซ้ำซ้อนในการพัฒนาและการใช้งบประมาณ ณ ห้องจูปิเตอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวมีกรอบระยะเวลา 3 ปี ครอบคลุม 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ การวิจัยและพัฒนาเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์สู่การใช้งานจริง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยมุ่งยกระดับข้อมูลสุขภาพให้มีมาตรฐาน รองรับการใช้ AI และมีธรรมาภิบาลข้อมูล

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จะนำเครื่องมือ AI ทางการแพทย์ที่พัฒนาโดยสถาบันวิจัย โรงเรียนแพทย์ และเครือข่าย Medical AI Consortium เข้าสู่กระบวนการประเมิน รับรอง และขยายผล พร้อมสนับสนุนการพัฒนาซอฟต์แวร์ AI ในฐานะเครื่องมือแพทย์ หรือ AI-SaMD รวมถึงสนับสนุนงานวิจัย กำลังคนด้าน AI ทรัพยากรประมวลผล GPU และระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง หรือ HPC เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถต่อยอดสู่การใช้งานได้อย่างเป็นระบบ

ด้านนายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจะเชื่อมโยงโจทย์จากระบบบริการ ข้อมูลสุขภาพ มาตรฐาน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล บุคลากร และเครือข่ายสถานพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีตอบโจทย์การใช้งานจริง โดยจะกำหนดสถานพยาบาลสำหรับการวิจัย ทดสอบ และประเมินผล พร้อมนำผลงาน Digital Health และ AI ที่ผ่านกระบวนการประเมินและรับรอง ไปประยุกต์ใช้ผ่าน MOPH Digital Health Services และแพลตฟอร์มของกระทรวงสาธารณสุขตามความเหมาะสม

สำหรับผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จะช่วยให้การตรวจพบโรคทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น สนับสนุนการเฝ้าระวังและป้องกันโรค รวมถึงช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ขั้นสูง โดยทั้ง 2 กระทรวงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความมั่นคงปลอดภัย และการใช้ข้อมูลตามหลักธรรมาภิบาล

ในระยะแรก เตรียมนำผลงานจากเครือข่าย Medical AI Consortium จำนวน 3 โครงการ ไปทดสอบและประเมินผลในโรงพยาบาลนำร่อง ก่อนขยายการใช้งานไปยังสถานพยาบาลอื่น ได้แก่

โครงการแรก AI for Hip Fracture Detection ปัญญาประดิษฐ์ตรวจจับกระดูกสะโพกหักจากภาพเอกซเรย์ พัฒนาโดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อช่วยแพทย์ตรวจหาตำแหน่งที่สงสัยว่ามีกระดูกสะโพกหัก

โครงการที่ 2 LiverSound ระบบปัญญาประดิษฐ์ช่วยคัดกรองมะเร็งตับด้วยภาพอัลตราซาวด์ พัฒนาโดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เพื่อช่วยตรวจหาความผิดปกติจากภาพอัลตราซาวด์ตับ

และโครงการที่ 3 RAMAAI CXR Solution ระบบช่วยคัดกรองความผิดปกติจากภาพเอกซเรย์ทรวงอก พัฒนาโดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการอ่านและประเมินภาพเอกซเรย์ทรวงอก

ทั้ง 3 โครงการมีแผนนำไปใช้ในเชิงวิจัยที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี และโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี เพื่อทดสอบและประเมินผลทางการแพทย์ตามกระบวนการประเมินและรับรองที่เกี่ยวข้อง ก่อนพิจารณาขยายการใช้งานต่อไป

ขณะที่ความร่วมมือระหว่าง 2 กระทรวงยังครอบคลุมการวิจัยและพัฒนา AI เพื่อการรักษารากฟัน และ AI เพื่อการตรวจมะเร็งปอด โดยจะนำโจทย์จากบุคลากรในระบบบริการมาเชื่อมโยงกับนักวิจัยและผู้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อสร้างเครื่องมือที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

ทั้ง 2 กระทรวงเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการร่วมและคณะทำงาน พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี เพื่อขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้าน Digital Health และ AI ไปใช้ในระบบบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในวงกว้าง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง