นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2569 (Prime Minister’s Export Award 2026) ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล รางวัลแห่งความสำเร็จสูงสุดสำหรับผู้ประกอบการสินค้าและบริการประเภทต่างๆ ในประเทศไทย
ก่อนเริ่มพิธี นายกรัฐมนตรีและผู้ร่วมงานยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดี กับผู้ได้รับรางวัล พร้อมระบุว่า รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างชื่อเสียงและผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดโลก พร้อมย้ำว่า การแข่งขันในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มปริมาณการส่งออกอย่างเดียว แต่คือการผลักดันประเทศไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญ
“ประเทศไทยมีศักยภาพก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตและฐานส่งออกสำคัญของภูมิภาค รัฐบาลจึงเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงกฎระเบียบ และส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก ควบคู่กับการเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) และใช้ประโยชน์จากความตกลงที่มีอยู่ เพื่อขยายตลาด ลดต้นทุนทางการค้า และสร้างความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออก”
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างเศรษฐกิจใหม่ผ่านการส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อยกระดับประเทศไทยจากผู้ส่งออกสินค้าไปสู่ผู้สร้างนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่ม พร้อมชื่นชมผู้ประกอบการไทยที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ มาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาสินค้า และสร้างแบรนด์ ควบคู่กับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเร่งเดินหน้าปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุน เปิดตลาดใหม่เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้เข้าถึงโอกาสในตลาดโลกมากขึ้น เพื่อให้การเติบโตของภาคการส่งออกเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการทุกระดับ
นายกรัฐมนตรี กล่าว “ผู้ได้รับรางวัลในวันนี้ถือเป็นแบบอย่างของผู้ประกอบการที่ทำให้เศรษฐกิจไทยแข็งแรง ความสำเร็จของทุกท่านไม่เพียงสะท้อนศักยภาพขององค์กร แต่ยังสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยบนเวทีการค้าโลก หากภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ โดยรัฐบาลจะทำหน้าที่เปิดประตูสู่ตลาดโลกและเชื่อมประเทศไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก”
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มีโอกาสพบปะกับผู้ประกอบการและภาคธุรกิจในประเทศคู่ค้าหลายแห่ง สิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจคือการได้เห็นกิจการที่คนไทยเป็นเจ้าของสามารถเติบโตและดำเนินธุรกิจในประเทศที่มีเศรษฐกิจและกำลังซื้อสูงกว่าไทย สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อสินค้าและผลิตภัณฑ์ของไทย อยากให้คนไทยร่วมกันอุดหนุนสินค้าไทย พร้อมกับการส่งออกไปสร้างการยอมรับในตลาดโลก จากนั้น นายกรัฐมนตรีถ่ายภาพร่วมกับคณะผู้จัดงานและผู้ได้รับรางวัล ก่อนเยี่ยมชมบูทจัดแสดงนิทรรศการของผู้ประกอบการภายในงาน
สำหรับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2569 (Prime Minister’s Export Award 2026) มีผู้ประกอบการผ่านการคัดเลือกเข้ารับรางวัลรวม 44 รางวัล แบ่งเป็น 7 ประเภท ได้แก่
1) รางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม (Best Exporter) จำนวน 9 รางวัล
2) รางวัลแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม (Best Thai Brand) จำนวน 9 รางวัล
3) รางวัลธุรกิจผู้ส่งออกยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน (Best Green & Sustainable Exporter) จำนวน 7 รางวัล
4) รางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม (Best Design) จำนวน 8 รางวัล
5) รางวัลธุรกิจบริการยอดเยี่ยม (Best Services Enterprise) จำนวน 6 รางวัล 4 สาขารางวัล
6) รางวัลสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ยอดเยี่ยม (Best OTOP) จำนวน 3 รางวัล
7) รางวัลสินค้าฮาลาลยอดเยี่ยม (Best Halal) จำนวน 2 รางวัล








