ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank 2026 12 – 18 ตุลาคม 2569

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group: WBG) หรือ IMF-WBG Annual Meetings หรือ AM2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 18 ตุลาคม 2569 ถือเป็นเวทีเศรษฐกิจการเงินที่สำคัญที่สุดเวทีหนึ่งของโลก เปรียบเสมือน “โอลิมปิกด้านการเงินการคลัง” ที่จะทำให้สายตาจากทั่วโลกจับจ้องมายังประเทศไทย โดยเป็นการประชุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงิน นักคิด และนักวิชาการด้านเศรษฐกิจการเงินจากทั่วทุกมุมโลก มาร่วมหารือประเด็นสำคัญ อาทิ การเติบโตทางเศรษฐกิจ เสถียรภาพทางการเงิน การลดความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หนี้สาธารณะ เทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) และสินทรัพย์ดิจิทัล และการรับมือภัยไซเบอร์ด้านการเงิน เพื่อเป็นแนวทางให้แต่ละประเทศนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ให้เกิดเสถียรภาพและส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน

การจัดประชุมระดับโลกนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2490 และจัดขึ้นเป็นประจำในเดือนตุลาคมของทุกปี ณ สำนักงานใหญ่ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ต่อเนื่องกัน 2 ปี และทุกปีที่ 3 จะหมุนเวียนไปจัดที่ประเทศสมาชิก เพื่อเชื่อมโยงความหลากหลายของภูมิภาคและความร่วมมือจากทั่วโลก จากจุดเริ่มต้นถึงปัจจุบันมีเพียง 3 ประเทศที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพถึง 2 ครั้ง ได้แก่ ตุรกี (ปี 2498 และ 2552) ญี่ปุ่น (ปี 2507 และ 2555) และไทย ครั้งแรกเมื่อปี 2534 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จากความสำเร็จในครั้งนั้น ทำให้ในปี 2569 ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมอีกครั้งในรอบ 35 ปี สะท้อนว่าไทยเป็นประเทศที่ประชาคมโลกเชื่อมั่นและให้ความสนใจในด้านการเงินการคลังระดับโลก

ย้อนกลับไป 35 ปีที่แล้ว ปี 2534 ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมใหญ่ระดับโลกครั้งสำคัญ Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group เป็นครั้งแรก ที่กรุงเทพมหานคร ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ไทยก้าวขึ้นมาอยู่ในแผนที่เศรษฐกิจโลก ยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาค การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบบริการ เพื่อรองรับผู้เข้าร่วมประชุมนับหมื่นคนจากทั่วโลก ที่สำคัญคือการสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติว่าไทยพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเวทีเศรษฐกิจโลก

จากนั้นตุลาคม 2566 ที่กรุงมาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก ในระหว่างการประชุม 2023 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่สำคัญนี้อีกครั้ง ในปี 2569 จากการคัดเลือกของ IMF และ World Bank Group จนนำมาสู่การประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพของไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ 2024 Spring Meetings, 2024 Annual Meetings, 2025 Spring Meetings และครั้งล่าสุดในการประชุม 2025 Annual Meetings ระหว่างวันที่ 13-17 ตุลาคม 2568 ประเทศไทยได้จัดแสดงบูทประชาสัมพันธ์ในธีม “A Touch of Thai Craftsmanship” หรือ “สัมผัสหัตถศิลป์ไทย” ชูเอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านผลิตภัณฑ์การสานแบบไทย และกิจกรรมสานปลาตะเพียน สร้างความประทับใจให้ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก และในปี 2569
มีซีรีส์ของกิจกรรมประชาสัมพันธ์ Road to Thailand อย่างต่อเนื่อง

การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ในครั้งนี้จะยกระดับบทบาทของไทยในเวทีโลกอีกครั้ง ด้วยการนำเสนอวิสัยทัศน์การพัฒนาผ่านการกำหนดธีมของประเทศไทย และการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เปิดโอกาสการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และแสดงศักยภาพของประเทศไทยในด้านต่าง ๆ ต่อผู้นำและผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจจากทั่วโลก ดังนั้น การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการจัดประชุมระดับนานาชาติ แต่เป็น “โอกาสของประเทศและคนไทยทุกคน” ในการแสดงศักยภาพ ความพร้อม และอัตลักษณ์ความเป็นไทยต่อผู้นำเศรษฐกิจ โดยสอดแทรกผ่านองค์ประกอบในการจัดประชุม อาทิ การใช้ผ้าไทย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว การลงทุน และรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทยในหลายภาคส่วน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การคมนาคม บริการ และธุรกิจท้องถิ่น พร้อมทั้งสนับสนุนแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยในการประชุมจะนำแนวคิด Green Meeting และผนังห้องประชุมแบบ Isowall (แผ่นผนังสำเร็จรูป) มาใช้ ซึ่งสามารถรื้อและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ ซึ่งเป็นผู้นำระดับสูง ทั้งผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหาร IMF และ World Bank นักลงทุน สถาบันการเงิน ภาคเอกชน และสื่อมวลชนจากทั่วโลก โดยจะมีการประชุมหลัก ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และการประชุมย่อยอีกประมาณ 1,000 การประชุม
ซึ่งคาดว่า การประชุมดังกล่าวจะทำให้เงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไทยจำนวนมาก และความสำเร็จของการประชุมครั้งนี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน และให้คนไทยทุกคนรู้สึกว่า “เราเป็นเจ้าภาพร่วมกัน” ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ ภาคบริการ อาสาสมัคร หรือประชาชนทั่วไป เพราะนี่คือโอกาสสำคัญในการสร้างความประทับใจและสะท้อนศักยภาพของประเทศไทยต่อประชาคมโลก รัฐบาลเชื่อมั่นว่า เวทีนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอวิสัยทัศน์และบทบาทของไทยในฐานะประเทศ ที่พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือ สร้างสมดุล และขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง