อธิบดีกรมประมงยืนยัน ประเทศไทยมีระบบกำกับ ดูแล และเฝ้าระวังความปลอดภัยสัตว์น้ำ รวมถึงแผนปฏิบัติการด้านการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากกรณีการเผยแพร่ผลการศึกษาสถานการณ์การปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียและการดื้อยาต้านจุลชีพในปลานิลและกุ้งก้ามกรามจากตลาดสดจังหวัดสมุทรปราการ ระหว่างปี 2566–2567 ซึ่งพบเชื้อแบคทีเรียก่อโรคและเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพบางชนิดในอัตราที่สูง กรมประมงได้ดำเนินการกำกับและควบคุมคุณภาพสัตว์น้ำให้มีความปลอดภัย พร้อมเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพอย่างต่อเนื่อง

กรมประมงยังบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด “สุขภาพหนึ่งเดียว (One Health)” เพื่อควบคุมการใช้ยาต้านจุลชีพให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี (GAP) รวมถึงสนับสนุนการป้องกันโรคด้วยการจัดการฟาร์มที่เหมาะสมและการใช้นวัตกรรมเพื่อลดการใช้ยาต้านจุลชีพ ตลอดจนถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ เพื่อส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและลดความเสี่ยงการเกิดเชื้อดื้อยา

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีความก้าวหน้าในการลดการใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์เพื่อการบริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลระดับประเทศพบว่า ปริมาณการใช้ยาต้านจุลชีพลดลงมากกว่าร้อยละ 60 เมื่อเปรียบเทียบระหว่างปี 2560 และปี 2566 สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุผล และการพัฒนาระบบการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับข้อมูลการตรวจพบเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในสัตว์น้ำ และตัวเลขประมาณการผู้เสียชีวิตจำนวน 38,000 ราย กรมประมงระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในภาพรวมทั้งประเทศ ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การใช้ยาต้านจุลชีพอย่างไม่เหมาะสม การซื้อยารับประทานเอง การติดเชื้อในสถานพยาบาล และการแพร่กระจายของเชื้อในสิ่งแวดล้อม จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากการบริโภคสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำโดยตรง

กรมประมงเห็นว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อการติดตามสถานการณ์และพัฒนาระบบเฝ้าระวังของประเทศ แต่การประเมินสถานการณ์ในระดับประเทศจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจากหลายพื้นที่ หลายช่วงเวลา และจำนวนตัวอย่างที่ครอบคลุม เพื่อให้สะท้อนภาพรวมได้อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ รวมถึงต้องพิจารณาปัจจัยการปนเปื้อนในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่การขนส่ง การเก็บรักษา การจำหน่าย ไปจนถึงการประกอบอาหาร

ประเทศไทยมีระบบกำกับดูแลและเฝ้าระวังความปลอดภัยของสัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามข้อมูลทางวิชาการจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาพัฒนามาตรการด้านความปลอดภัยทางอาหารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและคู่ค้าสัตว์น้ำไทยในตลาดโลก

สำหรับผู้บริโภค กรมประมงแนะนำให้เลือกซื้อสัตว์น้ำจากแหล่งจำหน่ายที่สะอาดและได้มาตรฐาน รักษาสุขอนามัยระหว่างการประกอบอาหาร แยกอุปกรณ์สำหรับอาหารดิบและอาหารสุก และปรุงสัตว์น้ำให้สุกก่อนบริโภคทุกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อจุลินทรีย์และบริโภคสัตว์น้ำได้อย่างปลอดภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง