นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยผลการช่วยเหลือผู้บริโภคกรณีซื้อคอร์สเรียนว่ายน้ำให้บุตร แต่สาขาที่ใช้บริการปิดตัวลง และถูกปฏิเสธการคืนเงินโดยอ้างว่าคอร์สหมดอายุ โดยได้มอบหมายให้ นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมติดตามและรายงานผลต่อรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง และสั่งการให้ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและลงพื้นที่เจรจากับผู้ประกอบธุรกิจทันที จนได้ข้อยุติภายใน 1 วัน จากเดิมที่ผู้ร้องได้รับแจ้งว่าต้องรอเงินคืน 60 ถึง 120 วัน เหลือกำหนดคืนเงินภายใน 15 วัน
การดำเนินการดังกล่าวเป็นการสานต่อนโยบายรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเด็กและครอบครัว ซึ่งการซื้อบริการแบบคอร์สผู้บริโภคต้องชำระเงินล่วงหน้าเป็นจำนวนมาก จึงต้องได้รับข้อมูลเงื่อนไขสำคัญครบถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ
สำหรับกรณีดังกล่าว ผู้ร้องซื้อคอร์สเรียนว่ายน้ำให้บุตรตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 10 ครั้ง ใช้บริการไปเพียง 2 ครั้ง ต่อมาสาขาที่ใช้บริการปิดตัวลงโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และเสนอให้ย้ายไปเรียนสาขาอื่นที่อยู่ไกลจากที่พัก เมื่อขอคืนเงินในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการ ได้รับแจ้งว่าต้องรอ 60 ถึง 120 วัน และต่อมาได้รับแจ้งว่าคอร์สหมดอายุเมื่อครบ 6 เดือน ทั้งที่ผู้ร้องระบุว่าวันที่ซื้อไม่เคยได้รับแจ้งเงื่อนไขเรื่องอายุคอร์ส ผู้ร้องจึงยื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อ สคบ. เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานกับผู้ร้องในวันเดียวกัน ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการและเจรจากับผู้จัดการในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 จนได้ข้อยุติให้คืนเงินส่วนที่ยังไม่ได้ใช้บริการทั้งหมด โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ร้องภายใน 15 วัน ซึ่งผู้ร้องยินดีรับข้อเสนอ
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า คอร์สหมดอายุไม่ใช่ข้ออ้างที่จะนำมาปฏิเสธสิทธิของผู้บริโภค หากไม่ได้แจ้งเงื่อนไขกันให้ชัดตั้งแต่วันที่ขาย เรื่องนี้ดูเหมือนเป็นคอร์สเรียนว่ายน้ำหนึ่งคอร์ส แต่สำหรับครอบครัวหนึ่ง นี่คือเงินที่พ่อแม่จ่ายเพื่อพัฒนาทักษะให้ลูก เมื่อได้รับรายงาน จึงสั่งให้ สคบ. ลงพื้นที่ทันที เพราะไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมผู้บริโภคต้องรอเงินของตัวเองถึง 120 วัน ในเมื่อข้อเท็จจริงชัดและเจรจากันได้
นางสาวศุภมาสกล่าวต่อว่า ตนได้มอบหมายให้ สคบ. ติดตามการโอนเงินคืนจนครบถ้วนตามกำหนด และขยายผลตรวจสอบธุรกิจบริการที่เก็บเงินล่วงหน้าแบบคอร์สในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเด็กและครอบครัว ทั้งโรงเรียนสอนกิจกรรมต่างๆ สำหรับเด็ก สถาบันสอนพิเศษ และสถานออกกำลังกาย ว่าได้แจ้งเงื่อนไขสำคัญให้ผู้บริโภคทราบก่อนชำระเงินหรือไม่ ทั้งอายุคอร์ส การใช้บริการต่างสาขา การปิดหรือย้ายสาขา และสิทธิในการขอคืนเงิน หากพบการกำหนดเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรมหรือปกปิดข้อมูลสำคัญ ให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที ด้านเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภครายงานว่า สคบ. ได้เพิ่มการลงพื้นที่และการเจรจากับผู้ประกอบธุรกิจโดยตรงในกรณีที่ข้อเท็จจริงชัดเจน เพื่อย่นระยะเวลาตั้งแต่รับเรื่องจนถึงการเยียวยาผู้บริโภค
นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้าย “ก่อนซื้อคอร์สให้ลูก ขอให้ผู้ปกครองถามให้ชัดว่าคอร์สมีอายุกี่เดือน ใช้ได้กี่สาขา หากสาขาปิดหรือย้ายจะทำอย่างไร และหากเรียนไม่ครบจะคืนเงินภายในกี่วัน พร้อมเก็บใบเสร็จ สัญญา และข้อความสนทนาไว้เป็น หลักฐานทุกครั้ง หากถูกปฏิเสธสิทธิ อย่าปล่อยเรื่องไว้ ขอให้ร้องเรียนเข้ามาที่ สคบ. เคสนี้จากที่ผู้ปกครองต้องรอถึง 120 วัน เราได้ข้อยุติภายใน 1 วัน และคืนเงินภายใน 15 วัน เรื่องของผู้บริโภคต้องเดินไปจนถึงวันที่ประชาชนได้รับการเยียวยาจริง” นางสาวศุภมาสกล่าว ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th และศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด”








