“สุริยะ” เร่งบริหารจัดการน้ำ แก้น้ำท่วม-น้ำแล้ง เพิ่มพื้นที่ชลประทาน สร้างรายได้เกษตรกร

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้างานพัฒนาแหล่งน้ำด้านการเกษตร ณ อ่างเก็บน้ำห้วยโทง อ.วานรนิวาส โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยปลาหาง อ.วาริชภูมิ และหนองโดก อ.พรรณานิคม จังหวัดสกลนคร พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่เพื่อวางแผนการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบให้ตอบโจทย์ความต้องการ เพิ่มขีดความสามารถในการกักเก็บน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภค และภาคการเกษตรอย่างทั่วถึง

นายสุริยะ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำ เพราะ “น้ำคือหัวใจของการเกษตร” จังหวัดสกลนครมีพื้นที่การเกษตรกว่า 3 ล้านไร่ แต่มีพื้นที่ชลประทานเพียงร้อยละ 20 ของพื้นที่การเกษตร ในขณะที่มีปริมาณน้ำท่าไหลผ่านมากถึง 5,050 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้เพียงร้อยละ 24 เท่านั้น กรมชลประทาน จึงวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำในระยะยาว (ปี 2570-2580) รวม 295 โครงการ เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานอีกกว่า 280,000 ไร่ ซึ่งจะทำให้สัดส่วนพื้นที่ชลประทานของจังหวัดเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 ช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำในทุกกิจกรรมและบรรเทาปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการสร้างประโยชน์แก่ประชาชนในทุกมิติ ทั้งการปรับปรุงระบบส่งน้ำที่อ่างเก็บน้ำห้วยโทง เพื่อสนับสนุนพื้นที่เกษตร 5,000 ไร่และการประปาชุมชน การเปลี่ยนคลองดินเป็นคลองดาดคอนกรีตที่ห้วยปลาหาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำช่วยเหลือพื้นที่กว่า 50,000 ไร่ ขุดลอกหนองโดกเพื่อฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติและพัฒนาเป็นสวนสาธารณะในการออกกำลังกายของคนในชุมชน

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ยังได้ลงพื้นที่จังหวัดนครพนม เพื่อติดตามและฟื้นฟูอ่างเก็บน้ำห้วยก้านเหลือง และอ่างเก็บน้ำห้วยศรีคุณ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำ เตรียมความพร้อมรับมือในสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน และต่อยอดพื้นที่สู่แลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ อีกทั้งยังได้เตรียมบูรณาการแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค และการประกอบอาชีพทางการเกษตรได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ควบคู่การยกระดับลำห้วยฮ่องฮอสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและธรรมชาติ เพื่อขยายโอกาสการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตลอดแนวลำน้ำ 17 กิโลเมตร และพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ โดยสนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวนครพนม เพื่อเป็นการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีมีคุณภาพให้กับเกษตรกร ผลักดันการเพิ่มมูลค่าสินค้าท้องถิ่น และเตรียมทบทวนการจัดโครงการ “ดอกไม้บานริมฝั่งโขงนครพนม” เพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจเนื่องจากจังหวัดนครพนมเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ติดแม่น้ำโขง และมีพรมแดนติดกับ สปป.ลาว ถือเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มจากสินค้าเกษตรสู่การเชื่อมโยงท่องเที่ยวเชิงเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ให้กับประชาชน

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา นายสุริยะ ได้สั่งการให้กรมชลประทาน เร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในปี 2568 และเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ คลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของระบบระบายน้ำในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ทำหน้าที่รับน้ำจากลุ่มน้ำอู่ตะเภาและระบายออกสู่ทะเล เพื่อให้กลับมามีประสิทธิภาพในการระบายน้ำโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งเร่งรัดดำเนินโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารชลประทานในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมทั้งสิ้น 65 โครงการ ให้ระบบชลประทานสามารถระบายน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำหลากในช่วงฤดูฝนของภาคใต้ เพื่อลดระยะเวลาที่น้ำจะท่วมขัง และลดผลกระทบต่อประชาชน รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจของหาดใหญ่

อีกทั้งในระยะนี้ประเทศไทยยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้สั่งการให้ทุกโครงการชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในช่วงฤดูฝน โดยให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง เตรียมเครื่องจักรกล บุคลากร และการทำงานเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนได้ทันท่วงที สอดคล้องกับมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 ที่มุ่งเน้นทั้งการป้องกัน เตรียมพร้อม ตอบสนอง และฟื้นฟู เพื่อลดความเสียหายและรักษาเสถียรภาพภาคการเกษตร และขอให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมลำน้ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมขนย้ายสิ่งของและเครื่องมือทางการเกษตรขึ้นสู่ที่สูง หากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหรือระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยกรมชลประทานจะติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง