ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มจังหวัดน่าน ติดตามสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง วันนี้ (19 ส.ค.69) เวลา 08.00 น. พบว่า เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายตำบลในพื้นที่อำเภอปัว ถนนทางหลวงหมายเลข 101 ช่วงสะพานบ้านร้อง–ปั๊ม ปตท. หน้าโลตัสปัว รวมถึงถนนสายรองหลายแห่งถูกตัดขาด ไม่สามารถสัญจรได้ โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 8 จาก 12 ตำบล
พื้นที่ด้านทิศตะวันออกของอำเภอท่าวังผา โดยเฉพาะตำบลยมและตำบลจอมพระ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ระดับน้ำสูงจนมองไม่เห็นผิวถนนและไม่สามารถสัญจรได้ ทั้งนี้ พื้นที่ฝายน้ำย่างรับมวลน้ำที่ไหลมาจากอำเภอปัว
ภาพรวม มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว 8 ตำบล จาก 12 ตำบล ได้แก่ ตำบลวรนคร ตำบลศิลาแลง ตำบลศิลาเพชร ตำบลเจดีย์ชัย ตำบลปัว ตำบลแงง ตำบลไชยวัฒนา และ ตำบลสถาน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ระบบโทรคมนาคมในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังใช้งานได้ตามปกติ แต่บางช่วงสัญญาณอาจขาดหายเนื่องจากกระแสไฟฟ้าดับ อำเภอปัว ได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ณ ที่ว่าการอำเภอปัว , จัดตั้งศูนย์พักพิงและเตรียมพร้อมอพยพประชาชน โดยเร่งเคลื่อนย้ายประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัย , ประสานขอจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน โดยมอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่านรับผิดชอบการประสานงาน , ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้งโรงครัวประจำศูนย์พักพิงในแต่ละพื้นที่ , โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์และดูแลผู้ประสบภัย
สำหรับศูนย์อพยพและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อำเภอปัว ล่าสุด มีจำนวน 7 แห่ง ได้แก่ หอประชุมอำเภอปัว หอประชุมโรงเรียนชุมชนศิลาเพชร (อบต.ศิลาเพชร) หอประชุมเทศบาลตำบลปัว (ทต.ปัว) วัดป่าเหมือด (ทต.ศิลาแลง) บริเวณสามแยกทางเข้าบ้านดอนไชย (อบต.ศิลาเพชร จุดที่ 2) อบต.วรนคร และโรงเรียนจอมแจ้ง (อบต.วรนคร) และ โรงเรียนบ้านเสี้ยว (อบต.ไชยวัฒนา)
นอกจากนี้ อำเภอปัวยังขอรับการสนับสนุนเจ็ตสกี เนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยว ขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ส่งเรือยาง เรือท้องแบน เสื้อชูชีพ เจ็ตสกี และอุปกรณ์กู้ภัยเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนแล้ว ส่วนกองพันทหารม้าที่ 10 ส่งกำลังพลจำนวน 50 นาย เข้าสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่








