ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศ “หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569” เพื่อยกเลิกหลักเกณฑ์เดิมปี 2564 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อเร่งช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและภัยธรรมชาติทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
หลักเกณฑ์ใหม่ได้ปรับเพิ่มอัตราเงินช่วยเหลือรายไร่ โดยช่วยเหลือสูงสุดไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ได้แก่ นาข้าวที่เสียหายสิ้นเชิง เพิ่มจาก 1,340 บาทต่อไร่ เป็น 2,340 บาทต่อไร่ พืชไร่และพืชผักที่เสียหายสิ้นเชิง เพิ่มจาก 1,980 บาทต่อไร่ เป็น 3,480 บาทต่อไร่ และไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ที่เสียหายสิ้นเชิง เพิ่มจาก 4,048 บาทต่อไร่ เป็น 6,800 บาทต่อไร่
นอกจากนี้ หลักเกณฑ์ใหม่ยังกำหนดการช่วยเหลือสำหรับไม้ผลและไม้ยืนต้นที่ชะงักการเจริญเติบโต แต่ยังสามารถฟื้นฟูได้ ในอัตรา 3,600 บาทต่อไร่ รวมถึงค่าขุดลอกดิน โคลน และซากวัสดุที่ทับถมจนไม่สามารถใช้เพาะปลูกได้ ในกรณีที่หน่วยงานรัฐไม่สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ สำหรับพื้นที่ไม่เกิน 5 ไร่ โดยปรับเพิ่มจากเดิมไม่เกิน 7,000 บาทต่อไร่ เป็น 16,000 บาทต่อไร่
การปรับเกณฑ์ครั้งนี้เป็นการสะท้อนต้นทุนการผลิตจริงในปัจจุบัน โดยเกษตรกรที่จะได้รับความช่วยเหลือต้องขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรให้เรียบร้อยก่อนเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ และพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายต้องได้รับการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด
สำหรับขั้นตอนการยื่นขอรับความช่วยเหลือ เมื่อเกิดภัย เกษตรกรสามารถยื่นแบบ กษ 01 ณ สำนักงานเกษตรอำเภอ เพื่อเข้าสู่กระบวนการสำรวจพื้นที่และการประชาคม ก่อนโอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ของเกษตรกรที่ยื่นคำร้อง








