นางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รับมอบหมายจากนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้เป็นผู้แทนเข้าร่วมและร่วมจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่บุคลากรกระทรวงแรงงาน ในการรองรับและใช้งานระบบรับเรื่องร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ภายใต้ชื่อ “แจ้งแรงงาน” โดยเป็นการผนึกกำลังร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มุ่งเป้าขับเคลื่อนการทำงานยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังแรงงานทั่วประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากนโยบายสำคัญ ของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มุ่งเน้นการปฏิรูปช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนและร้องทุกข์ของประชาชนและกลุ่มแรงงาน ให้มีความสะดวก รวดเร็วและเป็นธรรม โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาลดขั้นตอนความยุ่งยากในแบบเดิม เพื่อให้พี่น้องแรงงานสามารถเข้าถึงการคุ้มครองสิทธิได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
นางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การจัดอบรมในครั้งนี้ถือเป็นมิติใหม่ของการทำงานแบบบูรณาการข้ามกระทรวง ระหว่างกระทรวงแรงงานและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สวทช. ซึ่งการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับประเทศมาประยุกต์ใช้กับภารกิจของกระทรวงแรงงาน จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนให้มีความทันสมัย รวดเร็วและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น
ในการอบรม ได้รับเกียรติจาก ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะหน่วยงานนวัตกรรมหลักสังกัดกระทรวง อว. ร่วมเปิดงานพร้อมบรรยายถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับฟังก์ชันการใช้งานแพลตฟอร์มTraffy Fondue รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวให้เข้ากับภารกิจของกระทรวงแรงงาน โดยมีนางสาวบุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายแก้ไขปัญหาการร้องทุกข์ร้องเรียนของประชาชนผ่านระบบกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นางสาวบุณยกร ดำรงรัตน์ นำทีมบุคลากรเข้าร่วมฝึกปฏิบัติและเตรียมระบบบริหารจัดการข้อมูลอย่างเข้มข้น
การบูรณาการดึงศักยภาพนวัตกรรมจากกระทรวง อว. มาสร้างช่องทาง “แจ้งแรงงาน” ในครั้งนี้ ถือเป็นแบบอย่างของการทำงานข้ามกระทรวงเพื่อร้อยเรียงเทคโนโลยีภาครัฐให้เป็นหนึ่งเดียว ช่วยให้พี่น้องแรงงานสามารถแจ้งเบาะแส ข้อร้องเรียน หรือขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับปัญหาแรงงานได้อย่างสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งช่วยให้เจ้าหน้าที่ติดตามและส่งต่อการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีแบบเรียลไทม์ ขับเคลื่อนสู่การเป็นภาครัฐดิจิทัล (Digital Government) ที่ยึดเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง








