นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำ
สำหรับพายุโซนร้อน “นาร์รา” (NARRA) บริเวณอ่าวตังเกี๋ยมีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณตอนใต้ของมณฑลกว่างซี ประเทศจีน คาดว่าจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง โดยพายุอาจส่งผลทางอ้อมให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ฝั่งตะวันตกของประเทศ คาดแนวโน้มฝนในพื้นที่ตอนบนและตอนกลางของประเทศจะทยอยลดลงช่วงปลายเดือนกันยายน ขณะที่พื้นที่ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม – ธันวาคมนี้ ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการร่างมาตรการรองรับหน้าแล้ง ปี 2569/2570 (รายลุ่มน้ำ) ซึ่งได้ปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในแต่ละลุ่มน้ำ และนำเสนอให้คณะกรรมการลุ่มน้ำทั้ง 22 ลุ่มน้ำพิจารณาเรียบร้อยแล้ว พร้อมให้ สทนช. เสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติพิจารณาต่อไป
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า ภาพรวมช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาพบปริมาณฝนส่วนใหญ่ตกบริเวณพื้นที่ขอบของประเทศ ส่งผลให้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางและภาคกลาง มีปริมาณน้ำไหลเข้าแหล่งน้ำต่างๆ ค่อนข้างน้อย สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้ติดตามปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งน้ำทุกขนาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำต้นทุนน้อยและเสี่ยงขาดแคลนน้ำ รวมถึงกำหนดแผนจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน ทั้งนี้ เลขาธิการ สทนช. เน้นย้ำให้สำรวจปริมาณน้ำและความจุของแหล่งน้ำขนาดเล็ก โดยนำข้อมูลดาวเทียมจาก GISTDA มาใช้เพิ่มความแม่นยำของข้อมูล เพื่อประกอบการวางแผนบริหารจัดการน้ำช่วงปลายฤดูฝนและรองรับหน้าแล้ง ปี 2569/2570 อย่างมีประสิทธิภาพ








