ครม. อนุมัติงบกลาง 558 ล้าน เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 69 ครัวเรือนละ 9,000 บาท เสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นฤดูฝน มีประชาชนได้รับผลกระทบจากอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม เสียหายต่อชีวิตทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตรและสิ่งสาธารณประโยชน์จำนวนมาก จึงได้สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเบิกจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว ไม่ให้การยื่นเอกสารหรือหลักฐานสร้างภาระเกินความจำเป็น ข้อมูลที่ภาครัฐมีอยู่แล้วให้หน่วยงานประสานและตรวจสอบกันเอง ไม่ควรให้ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนต้องเดินทางไปขอเอกสารจากหลายหน่วยงานเพื่อยืนยันความเสียหายซ้ำอีก

คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 และอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณในการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 558,739,000 บาท เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือ โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นหน่วยรับงบประมาณและจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยผ่านธนาคารออมสินให้เบิกจ่ายในงบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป รวมทั้งให้สามารถถัวจ่ายข้ามจังหวัดได้ เพื่อเป็นค่าดำรงชีพเบื้องต้นและค่าปลงศพแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัย เป็นกรณีพิเศษ ดังนี้

1. กรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงการระบายน้ำ ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ช่วยเหลือในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท

2. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันเกินกว่า 7 วัน ช่วยเหลือในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท (รวมจำนวน 60,971 ครัวเรือน)

3. กรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่ม และอุทกภัยโดยตรง เช่น การจมน้ำ ถูกกระแสน้ำทำให้เสียชีวิต ช่วยเหลือ
ในอัตรารายละ 2,000,000 บาท (จำนวน 5 ราย ที่จังหวัดน่าน)

โดยมีเงื่อนไข ดังนี้

1. ต้องเป็นบ้านที่อยู่อาศัยประจำ หรือเสียชีวิต ในพื้นที่ที่ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและหรือประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

   (1) มีหนังสือรับรองผู้ประสบภัยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกให้ (ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มาตรา 30)

   (2) ต้องได้รับการรับรองว่าเป็นผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดจากผู้นำชุมชนหรือผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน คนใดคนหนึ่งเป็นผู้รับรอง

   (3) ผ่านการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลจากคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) และคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.)

2. กรณีที่ประสบภัยหลายครั้ง ให้ได้รับความช่วยเหลือเพียงครั้งเดียว

ทั้งนี้ ให้จังหวัดที่ประสบสถานการณ์อุทกภัยเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และช่วยเหลือให้แล้วเสร็จ ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ โดยขออนุมัติหลักการในการดำเนินการดังกล่าว จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 558,739,000 บาท เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2569 ตามข้อมูลจากระบบข้อมูลสาธารณภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 รวม 41 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ กาญจนบุรี ขอนแก่น จันทบุรี ชลบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด ตาก นครปฐม นครพนม นครราชสีมา น่าน ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พะเยา พังงา พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ ภูเก็ต มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยโสธร ร้อยเอ็ด ระนอง ระยอง ราชบุรี ลำปาง เลย สกลนคร สระบุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี อุตรดิตถ์ และอุบลราชธานี ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้น จำนวน 60,971 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต จำนวน 5 ราย เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และให้การดำรงชีวิตของประชาชนกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (กรณีอุทกภัย) เพิ่มเติมให้จังหวัดน่าน จำนวน 100 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะด้านการดำรงชีพซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการช่วยเหลือเยียวยา ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 และหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ได้แก่

– ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำซึ่งผู้ประสบภัยที่เป็นเจ้าของ จ่ายตามจริงไม่เกินหลังละ 88,600 บาท
(ไม่รวมบ้านเช่า) และค่าดำรงชีพเบื้องต้นกรณีบ้านเสียหายทั้งหลังไม่เกิน 4,900 บาท

– เครื่องมือประกอบอาชีพ ช่วยเหลือเป็นเงินทุนหรือค่าเครื่องมือสำหรับอาชีพหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว เท่าที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 13,500 บาท

– ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ กรณีบาดเจ็บสาหัสที่ต้องรักษาในสถานพยาบาลติดต่อกันตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปช่วยเหลือ 5,000 บาท กรณีบาดเจ็บจนถึงขั้นพิการไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ช่วยเหลือ 16,600 บาท

– ค่าจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัว ค่าจัดการศพรายละไม่เกิน 35,700 บาท กรณีผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเป็นผู้หารายได้หลักเลี้ยงดูครอบครัวจะได้รับเงินสงเคราะห์ครอบครัวอีกไม่เกิน 35,700 บาท

– กรณีที่ผู้ประสบภัยพิบัติเช่าบ้านเรือนของผู้อื่น และบ้านเช่าเสียหายจากภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเสียหายทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วนจนอยู่อาศัยไม่ได้ ให้ช่วยเหลือเป็นค่าเช่าบ้านแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน

– การซ่อมแซมโรงเรือนการเกษตร ค่าซ่อมยุ้งข้าว โรงเรือนเก็บพืชผล หรือคอกสัตว์ ครอบครัวละไม่เกิน 6,800 บาท

โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสานจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งสำรวจ จัดทำบัญชีความเสียหาย และอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารในการยื่นคำร้องขอรับการช่วยเหลือ โดยประชาชนไม่ต้องถ่ายเอกสารหรือรูปถ่ายแนบประกอบ สำหรับผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจริงและอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย ให้แจ้งข้อมูลที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน เพื่อรวบรวมข้อมูลให้อำเภอดำเนินการ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยให้เร็วที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง