นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารไทย โดยมีผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรม The Emerald Hotel กรุงเทพฯ
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมในทุกมิติ โดยเฉพาะการขนส่งผู้โดยสารทางถนน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยว กระทรวงคมนาคมจึงมุ่งยกระดับมาตรฐานรถโดยสารไทยให้มีความปลอดภัย ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่า “ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง” โดยมาตรฐานความปลอดภัยไม่ได้หมายถึงเฉพาะสภาพของตัวรถเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงพนักงานขับรถ พนักงานประจำรถ ตลอดจนความพร้อมของผู้โดยสารในการรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ให้บริการจึงควรสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์และระบบความปลอดภัย อาทิ ประตูฉุกเฉิน ทางออกฉุกเฉิน และแนวทางการอพยพ เนื่องจากทุกวินาทีมีความสำคัญต่อชีวิตเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
พร้อมกันนี้ ได้มอบแนวทางให้กรมการขนส่งทางบกยกระดับการกำกับดูแลรถโดยสาร ทั้งด้านกฎระเบียบ วินัยผู้ขับรถ และการตรวจสอบสภาพรถอย่างเข้มงวด รวมถึงศึกษาและผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการตรวจสอบ และยกระดับการกำกับมาตรฐานรถโดยสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ความสำคัญของการบูรณาการทำงานระหว่างกรมการขนส่งทางบก กรมการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการนำเที่ยว และผู้ประกอบการรถโดยสาร เนื่องจากการเดินทางและการท่องเที่ยวมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โดยผู้ให้บริการขนส่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มบุคลากรกลุ่มแรกที่นักท่องเที่ยวได้พบเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย
ดังนั้น รถโดยสารที่สะอาด ปลอดภัย และได้มาตรฐาน ควบคู่กับพนักงานขับรถที่ปฏิบัติตามกฎจราจรและมีจิตบริการ จึงเปรียบเสมือนด่านแรกในการต้อนรับนักท่องเที่ยว และมีส่วนสำคัญต่อการสร้างภาพลักษณ์และความประทับใจต่อประเทศไทย อันจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว หรือ Tourism Hub
ทั้งนี้ การพัฒนาระบบขนส่งผู้โดยสารให้มีประสิทธิภาพไม่สามารถดำเนินการโดยภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารไทยมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือ เป็นกระบอกเสียงของผู้ประกอบการ ส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพ และสนับสนุนภารกิจภาครัฐในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตและภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง








