นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ครั้งที่ 1/2569
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นับตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ โดยประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา และภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ และภายหลังการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน ให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ
ในส่วนของรัฐบาล ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. พร้อมทั้งได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตดำเนินการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตกราบบังคมทูลเชิญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นองค์ที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธี โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตตามที่ขอพระมหากรุณา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
สำหรับการประชุมครั้งแรกในวันนี้ นายกรัฐมนตรี ขอให้คณะกรรมการ และผู้เข้าร่วมประชุมยืนถวายความอาลัยเป็นเวลา 1 นาที เพื่อน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแนวทางสำคัญในการเตรียมการจัดงาน ได้แก่ การจัดสร้างพระเมรุและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุ รวมถึงการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศและเครื่องประกอบ การจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ภาคประชาชน การจัดพิธีรับกล่องเพลิงพระราชทาน การจัดการแสดงมหรสพสมโภช การจัดนิทรรศการและการจัดทำเข็มที่ระลึกพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ
นายกฯ ยังได้เน้นย้ำให้คณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ เพื่อให้การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติสูงสุด








