กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อ ระบุว่า “อ่างลำตะคองเข้าสู่ภาวะน้ำน้อย น้ำใช้การได้เหลือเพียง 28% อาจต้องเผชิญสถานการณ์แล้งต่อเนื่องถึงปี 2570” โดยยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงการนำเสนอปริมาณน้ำใช้การได้ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง ขณะที่สถานการณ์น้ำในภาพรวม ยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้และมีปริมาณน้ำมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ปัจจุบัน ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2569 อ่างเก็บน้ำลำตะคองมีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 103.95 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 33 ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การได้ 81.20 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 28 ของความจุน้ำใช้การได้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (วันที่ 29 สิงหาคม 2568) ซึ่งอ่างเก็บน้ำลำตะคองมีปริมาณน้ำเก็บกัก 72.71 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 23 ของความจุเก็บกัก และมีปริมาณน้ำใช้การได้ 49.99 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 17 ของความจุน้ำใช้การได้ พบว่า ปีนี้มีปริมาณน้ำเก็บกักมากกว่าปีที่ผ่านมา 31.24 ล้าน ลบ.ม. สะท้อนว่าสถานการณ์น้ำในปัจจุบันดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สำหรับแนวโน้มในช่วงเดือนกันยายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงฤดูน้ำหลากสูงสุด คาดว่าจะมีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำลำตะคองเพิ่มขึ้น โดยจากการประเมินสถานการณ์ หากเป็นไปตามคาดการณ์ เมื่อสิ้นสุดฤดูฝน ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 อ่างเก็บน้ำลำตะคองจะมีปริมาณน้ำต้นทุนประมาณ 202.27 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 64 ของความจุเก็บกัก จากปริมาณน้ำต้นทุนและแนวโน้มสถานการณ์น้ำดังกล่าว
กรมชลประทาน ขอยืนยันว่า มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคตลอดฤดูแล้งปี 2569/70 โดยจะให้ความสำคัญกับการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นลำดับแรก พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์และปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่
ทั้งนี้ หากปริมาณน้ำต้นทุนเมื่อสิ้นสุดฤดูฝนเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ กรมชลประทานจะสามารถพิจารณาจัดทำแผนการจัดสรรน้ำเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวนาปรัง และเสนอขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการจัดการชลประทาน (JMC) เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 8 ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพภูมิอากาศในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปัจจัยจากสถานการณ์เอลนีโญที่อาจส่งผลต่อปริมาณฝนและน้ำต้นทุน พร้อมกำชับให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างประณีต รอบคอบและมีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำลำตะคอง เพื่อเก็บกักน้ำให้ได้มากที่สุดและรักษาปริมาณน้ำต้นทุนสำหรับรองรับความต้องการใช้น้ำในช่วงภัยแล้ง








