“วราวุธ” ลั่น ก.อุตสาหกรรม พร้อมเป็นลมใต้ปีก ดัน SME ไทย เป็น “ยูนิคอร์น”ตัวใหม่อีกสักฝูง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SME ไทยโตยั่งยืน” ครั้งที่ 2 โดยมีการจัดกิจกรรม รับฟัง-ผนึกกำลัง-ดูแลผู้ประกอบการ SME ด้วยใจ ( Coffee Talk) ที่ห้องภูผาเมฆ โรงแรม ที อาร์ ร็อค ฮิลล์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

นายวราวุธ กล่าวว่า SME เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ จ.สงขลา ที่ประสบอุทกภัยและมีปัญหาที่ท้าทายอยู่พอสมควร เมื่อวันที่ 30 ส.ค.69 ตนได้รับฟังข้อเสนอแนะจากภาครัฐ ภาคเอกชนและหลายฝ่ายๆ ใน 5 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส สิ่งที่ทุกคนพูดถึงหมดคือ การเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ในส่วนของ SME เรายังมีธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ทำงานให้ คอยประสานงานและเป็นลมใต้ปีกให้กับผู้ประกอบการ SME , Micro SME ซึ่งวงเงินกู้ เงื่อนไขและโปรโมชั่นทั้งหลายที่ทำขึ้นเพื่อช่วยกลุ่มที่กำลังปริ่มน้ำอยู่สามารถพ้นน้ำได้ หรือคนที่พ้นน้ำอยู่แล้วสามารถเติบโตที่จะเข้าตลาดหุ้นได้ เป็นยูนิคอร์นอีกหนึ่งตัว แม้เรื่องนี้อาจดูไกลอยู่ แต่ตนมั่นใจ เมื่อคืนขนาดวอลเลย์บอลเรายังเป็นแชมป์เอเชียได้ SME ไทยจะขึ้นไปเป็นยูนิคอร์นอีกสักฝูง ไม่มีอะไรที่คนไทยทำไม่ได้ แต่ต้องอาศัยความอดทน ความท้าทาย 

นายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้สิ่งหนึ่งที่ดีใจคือ ทาง ธพว.ได้นำเอาเทคนิคใหม่ๆ ทั้งการอัพสกิล รีสกิล การให้ความรู้ เพราะวันนี้การจะส่งสินค้าไม่ใช่แค่ในประเทศไทยอีกต่อไป โลกใบนี้มันเล็กลงๆ และตลาดในประเทศไทยขยายมากขึ้น การจะข้ามพรมแดนไปยังภูมิภาคอื่นๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ SME เติบโตขึ้น ในอดีตเวลาจะแข่งขันการขายสินค้า จะขายด้วยคุณภาพและราคาดี แต่ปัจจุบันยังมองเรื่องอื่นและปัจจัยอื่นด้วย เช่น สินค้ามีการก่อความเดือดร้อนให้กับชุมชนโดยรอบหรือไม่ วัตถุดิบได้มาจากขั้นตอนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับโลกใบนี้หรือไม่ ในธุรกิจมีการจ้างคนพิการและผู้สูงอายุหรือไม่ ซึ่งกำลังกลายเป็นเงื่อนไขในการนำสินค้าไปขายในต่างประเทศ มองอีกมุมเป็นภาระที่เราต้องแบกรับ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรม โดย ธพว. และหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เราพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญให้กับ SME ในการพาท่านไปต่อวีซ่าเพื่อขายสินค้าไปยังประเทศต่างๆ โดยเงื่อนไขในการทำการค้าจะมีอะไรใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ เช่น ในปีหน้าสหภาพยุโรป (อียู) กำหนดว่า หากสินค้าเกี่ยวข้องกับระบบไอทีจะต้องมีความปลอดภัยทางไซเบอร์ เงื่อนไขเหล่านี้เป็นความท้าทายที่ SME ของไทยจะต้องเข้าใจ เข้าถึง และสามารถปฏิบัติตามเพื่อไปขายในภูมิภาคของโลกอื่นๆ ได้

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า ดีใจที่ SME มีการใช้อินฟลูเอนเซอร์ในการทำเวิร์กชอป เพราะมีอิทธิพลและความสำคัญสำหรับคนแต่ละเจน ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์สามารถสื่อสารและเข้าถึงคนแต่ละเจนได้ ซึ่งเป็นหน้าที่ ธพว.ที่จะต้องนำกลุ่มคนเหล่านี้มาให้ความรู้และสอนเทคนิคต่างๆ รวมถึงการใช้โปรแกรมต่างๆ ตนเองยังต้องคอยหาองค์ความรู้และเทคนิคใหม่ๆ เพื่อทำให้ SME ของเราเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เติบโตอย่างไฟไหม้ฟาง ที่สำคัญ ตนต้องการให้ SME ของไทยโตไปไกลระดับโลก ซึ่ง SME ไทยไม่ใช่ว่าไร้ความสามารถ แต่ SME ไทยล้วนแล้วแต่เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการต่อยอดให้ถึงยอดพีระมิด โดยวันนี้นายกฯให้ความสำคัญและกำชับว่า การปล่อยกู้ของ ธพว. ต้องการเห็นภาค SME โดยเฉพาะ Micro SME มีความเข้มแข็ง เพราะก่อนที่ SME ซึ่งอยู่กลางพีระมีดจะเข้มแข็ง ฐานพีระมิดอย่าง Micro SME ต้องเข้มแข็งก่อน ถึงจะต่อยอดไปถึงยอดพีระมิดให้เข้มแข็งได้ ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะใช้กิจกรรมและโอกาสนี้สร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจ และกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ว่าหน่วยงานไหนพร้อมจะเป็นลมใต้ปีกให้กับ SME ของไทยในการจะออกไปต่อสู้กับคลื่นลม กติกา และเงื่อนไขต่างๆ คิดอะไรไม่ออกขอให้มาบอกกระทรวงอุตสาหกรรม มาบอก ธพว. ตนพูดอย่างนี้แล้วประธานกรรมการ ธพว.อย่าทำให้เสียชื่อ โฆษณาไว้เยอะ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง