นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการสะพานสำคัญ 2 แห่งของภาคใต้ ได้แก่ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อมจังหวัดพัทลุง–สงขลา และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม ยกระดับเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพ ชีวิตของประชาชน ที่โรงแรมศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูง ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้บริหารหน่วยงานภาคราชการ เอกชนและพี่น้องประชาชนชาวสงขลา เข้าร่วม
สำหรับ “โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา” จะเชื่อมระหว่างตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง กับตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ระยะทางรวมประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นสะพาน 2 ช่องจราจร และรองรับการขยายเป็น 4 ช่องจราจรในอนาคต เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยลดระยะทางระหว่างสองจังหวัดจากเดิมประมาณ 80 กิโลเมตร เหลือเพียง 7 กิโลเมตร ลดเวลาเดินทางจากเกือบ 2 ชั่วโมง เหลือประมาณ 15 นาที เพิ่มความสะดวกในการเดินทางและการขนส่งสินค้าเกษตร สนับสนุนการค้า การท่องเที่ยว รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลระบบนิเวศและการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา
ขณะที่ “โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา” จังหวัดกระบี่ จะเชื่อมระหว่างตำบลเกาะกลางกับตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา มีระยะทางรวมประมาณ 2.24 กิโลเมตร เป็นสะพาน 2 ช่องจราจร เพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านการเดินทางที่ปัจจุบันประชาชนและนักท่องเที่ยวยังคงต้องใช้แพขนานยนต์ โครงการดังกล่าวจะช่วยให้การเดินทางสู่เกาะลันตามีความสะดวก รวดเร็ว และต่อเนื่องมากขึ้น รองรับการเดินทางของประชาชน นักท่องเที่ยว รถพยาบาล รถขนส่งสินค้าและบริการสาธารณะ ตลอดจนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของชุมชน ควบคู่กับมาตรการดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรป่าชายเลน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจที่ได้เห็นโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและสะพานเชื่อมเกาะลันตา ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันของประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ก้าวสู่การก่อสร้างอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะเร่งผลักดันให้ทั้ง 2 โครงการดำเนินการแล้วเสร็จตามแผน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ลดต้นทุนและระยะเวลาในการเดินทางของประชาชน
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า สะพานทั้ง 2 แห่งไม่เพียงเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคม แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการเติมเต็มโครงข่ายการเดินทางของภาคใต้ เชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน โดยเฉพาะสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาที่จะช่วยลดระยะเวลาเดินทางระหว่างสงขลากับพัทลุงจากเกือบ 2 ชั่วโมง เหลือเพียงประมาณ 15 นาที พร้อมกันนี้ โครงการยังมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยว การกระจายรายได้สู่ชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ และขับเคลื่อนคมนาคมสีเขียว โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบที่เอื้อต่อการเดินทางหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการใช้จักรยาน ควบคู่กับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ความสำเร็จของโครงการเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้าง และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบ รับฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่ ควบคุมคุณภาพการก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานและแล้วเสร็จตามกำหนด เพื่อให้สะพานทั้ง 2 แห่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงทั้งการเดินทาง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตและการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
จากนั้น นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการสะพานสำคัญ 2 แห่งของภาคใต้ โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามระหว่างนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท และ Mr. Izham Reza Bin Zainal Abidin ผู้แทนกิจการร่วมค้า CMC และบริษัท CHEC CONSTRUCTION (M) SDN.BHD. เพื่อเปิดการเดินหน้าสู่ขั้นตอนการก่อสร้างอย่างเป็นรูปธรรม และขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคม ยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้อย่างยั่งยืน








