นายกรัฐมนตรีสวมเสื้อผ้าทอลายราชวัตร นำครม.สัญจรนัดแรกสงขลา รับฟังปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่ พร้อมเดินหน้ามาตรการควิกวินควบคู่แผนระยะยาว ชูโครงการรถไฟทางคู่สายใต้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางด้วยรถบัสไฟฟ้ามาเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งเป็นการประชุม ครม.สัญจรครั้งแรกของรัฐบาลนายอนุทิน โดยนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีสวมชุดผ้าทอลายราชวัตรสีฟ้าแกมเทา ซึ่งจังหวัดสงขลาจัดเตรียมไว้ให้

ก่อนการประชุม นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงบูธ “เสน่ห์ไทย เสน่ห์สงขลา” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมพบปะนักศึกษาที่มาต้อนรับและร่วมถ่ายภาพอย่างเป็นกันเอง ก่อนถ่ายภาพร่วมกับคณะรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และผู้แทนภาครัฐ

จากนั้น เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ครั้งที่ 1/2569 โดยระบุว่า การประชุมที่จังหวัดสงขลามีเป้าหมายให้รัฐมนตรีได้รับทราบปัญหาในพื้นที่อย่างรอบด้าน ทั้งด้านคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การป้องกันภัยธรรมชาติ รวมถึงภัยที่เกิดจากมนุษย์

รัฐบาลตั้งใจเดินทางมาจังหวัดสงขลาตั้งแต่หลังเกิดเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา เพื่อติดตามการฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาให้ประชาชน แต่การประชุมต้องเลื่อนออกไปด้วยเหตุหลายประการ โดยครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสังเกตการณ์ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างบูรณาการ

คณะรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อเสนอจากประชาชน ก่อนนำข้อมูลมาหารือร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ทำให้รัฐบาลเห็นภาพรวมและสามารถพิจารณาแนวทางพัฒนาภาคใต้ในทุกมิติ ทั้งการป้องกันและบรรเทาภัยธรรมชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจ ตลอดจนการรับฟังข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ และพยายามแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างสันติสุข ความสุข และความมั่นคงให้กับประชาชน

สำหรับการประชุม ครม.ในวันที่ 1 กันยายน 2569 เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะนำผลสรุปจากการประชุมเวิร์กช็อปเสนอให้ ครม.พิจารณา ทั้งมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที หรือ “ควิกวิน” และข้อเสนอระยะยาวที่ต้องวางแผนและลงทุนอย่างต่อเนื่อง

หนึ่งในวาระสำคัญคือโครงการรถไฟทางคู่ในพื้นที่ภาคใต้ ครอบคลุมเส้นทางชุมพร–สุราษฎร์ธานี–หาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและโลจิสติกส์ เชื่อมโยงเศรษฐกิจภาคใต้กับประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดรถไฟสายเชื่อมต่อเมือง หรือ Missing Link เพื่อให้ระบบคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงกันในทุกภูมิภาคและทุกจังหวัด

นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับกระทรวงการคลัง เตรียมเสนอรายงานโครงการประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า โดยรัฐบาลมีแนวทางสนับสนุนเบี้ยประกันภัยภัยสำคัญ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ให้ประชาชนทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านครัวเรือน

ระบบดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนได้รับเงินสินไหมทดแทนรวดเร็วและมากกว่าระบบการเยียวยาแบบเดิม ขณะที่ภาครัฐสามารถบริหารความเสี่ยงและงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการเปลี่ยนจากการรอให้เกิดภัยแล้วจึงเยียวยา มาเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า

ทั้งนี้ จังหวัดสงขลาได้จัดเตรียมอาหารท้องถิ่นสำหรับคณะรัฐมนตรี โดยมีทั้งอาหารว่าง อาหารเช้า อาหารกลางวัน และเมนูฮาลาล เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์และวัตถุดิบท้องถิ่นของจังหวัดสงขลา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง