นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายทัตพงศ์ สะสมทรัพย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม คณะที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหาร ตรวจเยี่ยมกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อมอบนโยบายสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบของประเทศ ขับเคลื่อนโครงการเหมืองแร่โพแทช ผลักดันห่วงโซ่อุปทานแร่ยุทธศาสตร์และแร่สำคัญ (Critical Minerals) รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมเดินหน้าพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิลสู่ Urban Mining สร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมีนายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ให้การต้อนรับและบรรยายสรุป
กพร. มีภารกิจหลักในการบริหารจัดการวัตถุดิบ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ทั้งวัตถุดิบจากแหล่งแร่ธรรมชาติ (Primary Raw Materials) และวัตถุดิบทดแทนที่ได้จากการรีไซเคิลขยะหรือของเสีย (Secondary Raw Materials) ซึ่งถือเป็นต้นน้ำสำคัญของภาคการผลิตและมีบทบาทโดยตรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน การแข่งขันด้านทรัพยากร และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีและพลังงานสะอาด
ทั้งนี้ กพร. ขับเคลื่อนโครงการเหมืองแร่โพแทช ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมปุ๋ย ให้สามารถเดินหน้าได้อย่างเหมาะสมภายใต้กรอบกฎหมาย การกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ทรัพยากรที่ประเทศมีอยู่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศ และสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
ขณะเดียวกัน กพร. ได้ให้ความสำคัญกับการผลักดันห่วงโซ่อุปทานแร่ยุทธศาสตร์และแร่สำคัญ (Critical Minerals) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ พลังงานสะอาด อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีขั้นสูง โดย กพร. ต้องมองการบริหารจัดการแร่สำคัญอย่างครบวงจร ตั้งแต่การประเมินศักยภาพทรัพยากร การพัฒนาแหล่งแร่ การแยกและสกัด การสร้างมูลค่าเพิ่ม ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมปลายน้ำ พร้อมสร้างความร่วมมือกับประเทศพันธมิตร เพื่อเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานและยกระดับบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก
อีกหนึ่งภารกิจสำคัญ คือ การพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีรีไซเคิลเพื่อรองรับ Urban Mining โดยนำขยะ ของเสีย และผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุการใช้งานกลับมาเป็นแหล่งวัตถุดิบใหม่ ผ่านการคัดแยก แปรรูป และสกัดวัสดุที่มีคุณค่าให้กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอีกครั้ง เพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดปริมาณของเสีย ลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ และสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยมุ่งผลักดันผลงานวิจัยและเทคโนโลยีรีไซเคิลของ กพร. ไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และขยายผลในระดับอุตสาหกรรม
การพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองแร่และวัตถุดิบในอนาคตจะต้องดำเนินควบคู่กับแนวคิด Green Mining และหลัก ESG: Environment, Social and Governance โดยคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การดูแลชุมชนและคุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนการบริหารจัดการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการพัฒนาทรัพยากรสามารถเดินหน้าไปพร้อมกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล
กพร. ถือเป็นกรมที่ยิ่งใหญ่ เพราะดูแลครอบคลุมแผ่นดินไทยหลายตารางนิ้ว ทั้งบนดิน ใต้ดิน และสิ่งสำคัญคือแร่เหล่านี้เป็นสิ่งที่อยู่ในดินมานับล้านปี ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ตระหนักคือ แร่เหล่านี้เมื่อนำออกมา หมดแล้วหมดเลย ดังนั้น ถ้าเอาออกมาใช้ไม่คุ้มค่า ไม่มีการใช้อย่างถูกต้อง สิ่งนี้ก็จะหมดไป เราจึงต้องพิจารณาว่า เมื่อนำสิ่งนี้ออกมาแล้วสามารถรีไซเคิลกลับมาใช้ได้อย่างไรบ้าง ซึ่งเชื่อว่าไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้ เพียงแต่ว่าอยู่ที่เทคนิคและเทคโนโลยี แม้แต่ในบางประเทศหลักสูตรใหม่ของปริญญาตรี คือ Rare Earth Engineering ฉะนั้น การขับเคลื่อนของกระทรวงอุตสาหกรรม กพร. จึงเป็นกรมแรก ๆ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริง ๆ เพราะว่าเรื่องแร่คือต้นน้ำ ชนิดที่ว่าต้นกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว
ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับเหมืองแร่เป็นอย่างมาก สำหรับด้านกติกาและกฎหมายต่าง ๆ หากมีส่วนใดเก่าเกินไปก็ขอให้แก้ไข โดยให้เสนอเรื่องเข้ามาเพื่อเร่งดำเนินการปรับปรุงกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายเหมืองแร่บางฉบับมีมานานแล้ว และขณะนี้มีความมั่นคงในสภาผู้แทนราษฎร หากต้องการผลักดันกฎหมายใด ไม่มีช่วงเวลาใดเหมาะสมไปกว่าตอนนี้
ขอฝากให้ดูแลทั้งพี่น้องประชาชนที่อยู่โดยรอบเหมืองแร่และบริษัท โดยทุกครั้งที่เกิดปัญหาร้องเรียนต้องให้ความสำคัญและเร่งดูแลอย่างเต็มที่ ต้องทำให้ประชาชนบริเวณโดยรอบเหมืองรู้สึกได้ว่า เมื่อมีการดำเนินกิจการเหมืองแร่แล้ว คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนโดยรอบเหมือง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ








