นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าผลการดำเนินงานตรวจสอบศูนย์ Data Center ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) โดยเปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครได้เร่งดำเนินมาตรการตรวจสอบและควบคุมการก่อสร้างอาคาร ผังเมือง และอนามัยสิ่งแวดล้อม
จากการสำรวจ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่าส่วนใหญ่เป็นศูนย์ขนาดเล็กในอาคารสำนักงานและอาคารพาณิชย์ จำนวน 43 แห่ง แบ่งเป็น 31 แห่งที่ไม่มีใบอนุญาตเก็บน้ำมัน เนื่องจากไม่เข้าข่ายประเภทที่ 3 ของกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งมีน้ำมันน้อยกว่า 15,000 ลิตร และอีก 12 แห่งมีใบอนุญาตเก็บน้ำมัน โดยทั้งหมดไม่พบการกักตุนน้ำมันผิดกฎหมาย และใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 2 เมกะวัตต์
ขณะที่ Data Center แบบอาคารเฉพาะ (Standalone) มีจำนวน 6 แห่ง เปิดดำเนินการแล้ว 3 แห่ง และอยู่ระหว่างชะลอใบอนุญาตอีก 3 แห่ง ทั้งนี้ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ทั้งหมดรวมกันคิดเป็นประมาณ 270 เมกะวัตต์ หรือไม่ถึงร้อยละ 3 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของกรุงเทพฯ และมีอัตราการใช้น้ำน้อยกว่าห้างสรรพสินค้าทั่วไป จึงยืนยันได้ว่าไม่ส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้าและน้ำประปาของประชาชน
ด้านนายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุเพิ่มเติมว่า ได้จัดทำข้อปฏิบัติ (Checklist) ให้สำนักงานเขตลงพื้นที่สุ่มตรวจอย่างเข้มงวดในทั้ง 43 แห่ง โดยเบื้องต้นยังไม่พบข้อร้องเรียนเรื่องเหตุเดือดร้อนรำคาญ
กรุงเทพมหานครได้กำหนดมาตรฐานการควบคุมสิ่งแวดล้อม อาทิ การควบคุมมลพิษทางน้ำและอากาศ การสุ่มตรวจเชื้อแบคทีเรีย การติดตั้งเครื่องวัดฝุ่น PM 2.5 และ PM 10 แบบเรียลไทม์ การควบคุมระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมงไม่ให้เกิน 70 เดซิเบล รวมถึงการควบคุมอุณหภูมิความร้อนในรัศมี 500 เมตรให้มีผลต่างไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครจะชะลอการอนุมัติใบอนุญาตโครงการ Data Center แห่งใหม่ไว้ก่อน เพื่อรอนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนจากรัฐบาล และสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของประชาชน








